125049
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
184
176
1711
122067
3792
7784
125049

Your IP: 192.168.2.69
2019-10-18 17:41

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนผู้รับงานไปทำที่บ้าน และประชาชนทั่วไป ระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกให้รับไปทำที่บ้าน แนะตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ว่าจ้างว่าก่อนรับงานมาทำ สงสัยสอบถามสายด่วน 1506 กด 3

         นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีมิจฉาชีพหลอกลวงผู้รับงานไปทำที่บ้านในลักษณะของการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีงานหรือผลิตภัณฑ์ให้รับไปทำที่บ้าน เช่น งานแยกสีริบบิ้น ลูกปัด กระดุม เป็นต้น บางรายหลอกให้ผู้รับงานโอนเงินลงทุนค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ว่าจ้างก่อน และเมื่อโอนเงินให้แล้วก็หนีหายไปโดยไม่มีงานให้ทำ หรือบางรายไม่จ่ายค่าตอบแทนให้ และผู้เสียหายส่วนใหญ่จะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนที่จะเอาผิดกับผู้หลอกลวงได้  กสร.จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่ต้องการหารายได้โดยการรับงานไปทำที่บ้าน ให้ตรวจสอบผู้จ้างงานว่ามีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 หรือไม่ เช่น มีการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านมอบให้แก่ผู้รับงานฯ  ซึ่งจะต้องมีชื่อที่อยู่ทั้งของผู้ว่าจ้างและผู้รับงานฯ อัตราค่าตอบแทน ไม่มีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหาย ไม่ส่งมอบงานอันตรายให้ทำ เป็นต้น

         อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้จ้างงานที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ก็จะมีโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสองแสนบาท หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี หรือได้รับโทษทั้งจำทั้งปรับ และขอให้ผู้รับงานไปทำที่บ้าน รวมทั้งประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังการหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาติดต่อได้ที่ กองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ 0 2245 7170 หรือที่โทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรียกเจ้าหน้าที่ 22 จังหวัดชายทะเล วางแนวทางตรวจแรงงานในกิจการประมงทะเล เน้นสร้างความชัดเจนให้แก่ผู้เกี่ยวข้องและไม่เป็นภาระแก่นายจ้าง เจ้าของเรือ ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

        นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ซึ่งพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการผลักดันให้การละเมิดสิทธิด้านแรงงานลดลงและหมดสิ้นไปในที่สุด กสร. ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการกำกับดูแลและคุ้มครองให้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ประกาศใช้กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเลให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น การกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในอัตรารายเดือนโดยจ่ายไม่น้อยกว่าเดือนละครั้ง กำหนดให้นายจ้างซึ่งทำการประมงนอกน่านน้ำไทยจัดให้มีอุปกรณ์หรือระบบการสื่อสารรับส่งข้อความผ่านดาวเทียมเพื่อให้ลูกจ้างสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ สามี ภริยา หรือญาติ ได้ตลอดเวลาโดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย รวมถึงการกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างค่าตอบแทนให้กับลูกจ้างโดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารโดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ กสร. ได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล ประกอบด้วย ผู้แทนจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

        อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กสร.ได้จัดการอบรมแนวทางการตรวจและการดำเนินคดีตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการตรวจแรงงานและการดำเนินคดีอาญาผู้กระทำความผิดตาม กฎกระทรวง ว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ในงานประมงทะเล พ.ศ. 2561 ขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 4 กันยายน 2561 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯโดยเชิญสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดและนิติกรในพื้นที่ 22 จังหวัดติดชายทะเล รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง จำนวน 50 คน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีแนวทางในการปฏิบัติงานทั้งในเรื่องการตรวจแรงงานการสร้างความเข้าใจแก่นายจ้าง เจ้าของเรือให้สามารถปฏิบัติตามแนวทางที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้อง โดยไม่เป็นภาระแก่นายจ้าง เจ้าของเรือ ซึ่งจะส่งผลให้แรงงานในเรือประมงทะเลไม่ถูกละเมิดสิทธิด้านแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) อีกทางหนึ่งด้วย

         วันอังคารที่ 26 มิ.ย.61  นายสมควร สกุลเทวัญพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 10 มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ สรพ.10  เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก (26 มิ.ย.) ประจำปี 2561 ณ บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี บรรยากาศคึกคัก มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด และมีพิธีเปิดกิจกรรมฯ โดยหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันกล่าวปฏิญาณตน ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านยาเสพติด พร้อมเดินขบวนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ฯ บริเวณถนนสีหบุรานุกิจ ผ่านตลาดมีนบุรี มุ่งสู่วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เพื่อกระตุ้นจิตสำนึก และแสดงพลังรณรงค์ต่อต้านการใช้ยาเสพติดทุกประเภท

                             

         ทั้งนี้ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่กว่า 800 คน ร่วมกิจกรรมฯ อาทิ สำนักงานเขตมีนบุรี สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 10  อาสาสมัครกรุงเทพมหานครเฝ้าระวังภัยและยาเสพติด อปพร.เขตมีนบุรี ทหารกองร้อยรักษาความสงบ (พัน.ซบร.กรม สน.พล.ร9) สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 4 เรือนจำพิเศษมีนบุรี ศูนย์บริการสาธารณสุข 43 มีนบุรี ชมรมผู้สูงอายุเขตมีนบุรี อาสาสมัครสาธารณสุขเขตมีนบุรี กองทุนแม่แห่งแผ่นดิน สโมสรกีฬามีนบุรี ชมรมคนรักในหลวงมีนบุรี ศูนย์การค้าตลาดมีนบุรี ชมรมผู้ค้าตลาดมีนบุรีสัมพันธ์ ชมรมแม่บ้านมีนบุรี นิคมอุตสาหกรรมบางชัน กศน.มีนบุรี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ โรงเรียนมีนประสาทวิทยา สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตมีนบุรี และผู้แทนชุมชนในพื้นที่ทั้ง 64 ชุมชน