111656
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
72
207
1409
109121
4350
4519
111656

Your IP: 192.168.2.69
2019-08-20 08:27

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยสถานการณ์แรงงานปี 2561 ข้อพิพาทลดลง ลูกจ้างถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดการเลิกจ้างปี 62 ไม่รุนแรงอย่างที่กังวล พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

          นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงาน ปี 2561 (วันที่ 1 มกราคม – 31 พฤศจิกายน 2561) ว่า ข้อพิพาทแรงงานในปี 2561 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีข้อพิพาทแรงงาน 44 แห่ง ลูกจ้างเกี่ยวข้อง 37,830 คน ขณะที่ในปี 2560        มีข้อพิพาทแรงงาน 59 แห่ง ลูกจ้าง 57,425 คน ซึ่งได้ดำเนินการให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นเงิน 33,415 ล้านบาท สำหรับสถานการณ์การเลิกจ้างในปี 2561 พบว่าใกล้เคียง 2560 จากข้อมูลผู้ประกันตนมาตรา 33 พบว่าในปี 2561 มีการเลิกจ้าง 259,770 คน ขณะที่ปี 2560 มีการเลิกจ้าง 255,385 คน อย่างไร  ก็ตามเมื่อพิจารณาจากข้อมูลผู้ประกันตนที่เข้าสู่มาตรา 33 กับผู้ที่ถูกเลิกจ้างพบว่ามีสัดส่วนไม่แตกต่างกัน โดยมีจำนวนลูกจ้างที่เข้าและออกจากระบบประกันสังคมเฉลี่ยประมาณ 2.3 หมื่นคนต่อเดือนเท่า ๆ กัน และเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลการเลิกจ้างตามประเภทกิจการ พบว่ากิจการที่มีการเลิกจ้างเพิ่มสูงขึ้น 3 อันดับแรก ได้แก่ เกษตรกรรม การผลิตเฟอร์นิเจอร์ และการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง

          นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มการจ้างงานในปี 62 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจมีการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในประเภทกิจการที่นำเทคโนโลยี หรือ AI เข้ามาทำงานแทนกำลังแรงงานมากขึ้น เช่น ธุรกิจอุตสาหกรรมทีวี ทีวีดิจิตอล ธุรกิจและจำหน่ายหรือให้เช่าซีดี ดีวีดี เป็นต้นนั้น คาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่งจากการเฝ้าติดตามธุรกิจดังกล่าวอย่างใกล้ชิดโดยในเบื้องต้นพบว่านายจ้างที่มีปรับโครงสร้างกิจการหรือเลิกจ้างลูกจ้างส่วนใหญ่จะจัดทำโครงการสมัครใจลาออกและให้สิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกจ้างสูงกว่าสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามกสร. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

         นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นำคณะผู้บริหารทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จำนวน 150 คน ประกาศเจตจำนงพร้อมแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านการทุจริต โดยประกาศเจตจำนงว่าจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี มีวินัย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้ ยึดมั่นในความถูกต้อง เป็นธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิตพร้อมทำความดีด้วยหัวใจและด้วยจิตอาสา ในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 ณ โรงแรมเดอะ พาลาสโซ่ กทม.

          กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2562 ในวันที่ 8 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) ในการจัดงานว่า “แรงงานสตรี ร่วมจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานสตรีว่าเป็นกำลังสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม มีการจัดกิจกรรมสำคัญเพื่อส่งเสริมคุณค่าของสตรีทำงาน โดยการคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น เพื่อมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ การจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติและยกย่องสตรีทำงาน  หน่วยงานเสนอชื่อ หรือผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแบบเสนอประวัติฯ พร้อมคุณสมบัติ/หลักเกณฑ์การคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2562  ได้ตามเอกสารแนบ ดังนี้

 

เอกสารแนบ
File คำอธิบาย File size
Download this file (46999-1.doc)46999-1.doc 1.1 แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้บริหารรัฐวิสาหกิจดีเด่น 137 Kb
Download this file (46999-2.doc)46999-2.doc 1.2 แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้บริหารภาคราชการดีเด่น 131 Kb
Download this file (46999-3.doc)46999-3.doc 1.3 แบบเสนอประวัติ - สตรีนักบริหารภาคเอกชนดีเด่น 136 Kb
Download this file (46999-4.doc)46999-4.doc 2.1 แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้ปฏิบัติการรัฐวิสาหกิจ 137 Kb
Download this file (46999-5.doc)46999-5.doc 2.2 แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้ปฏิบัติการภาคราชการ 132 Kb
Download this file (46999-6.doc)46999-6.doc 2.3 แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้ปฏิบัติการภาคเอกชน 137 Kb
Download this file (46999-7.doc)46999-7.doc 3.1-3.3 แบบเสนอประวัติ - สตรีเครือข่ายแรงงาน 129 Kb
Download this file (46999-8.doc)46999-8.doc 3.4 แบบเสนอประวัติ - สตรีเครือข่ายอาสาสมัครแรงงานดีเด่น 125 Kb
Download this file (46999-9.doc)46999-9.doc 3.5 แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้แนะแนวด้านอาชีพดีเด่น 124 Kb
Download this file (46999-10.doc)46999-10.doc 4. แบบเสนอประวัติ - สตรีผู้ประกอบอาชีพอิสระดีเด่น 131 Kb
Download this file (46999-11.doc)46999-11.doc 5. แบบเสนอประวัติ - ศิลปินสตรีดีเด่น 127 Kb
Download this file (46999-12.doc)46999-12.doc 6. แบบเสนอประวัติ - สื่อมวลชนสตรีดีเด่น 122 Kb
Download this file (46999-13.doc)46999-13.doc 7. แบบเสนอประวัติ - สตรีองค์กรพัฒนาเอกชนดีเด่น 132 Kb
Download this file (46999-14.doc)46999-14.doc 8. แบบเสนอประวัติ - สตรีนักวิชาการด้านแรงงานดีเด่น 129 Kb
Download this file (46999-15.doc)46999-15.doc คุณสมบัติ - หลักเกณฑ์การคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น - ประจำปี 2562 222 Kb
Download this file (46999-16.doc)46999-16.doc แนวทางสรรหา - (สำหรับเจ้าหน้าที่ หน่วยงานเสนอชื่อ) 599 Kb
Download this file (46999-17.doc)46999-17.doc ประเภทสตรีทำงานดีเด่น - ประจำปี 2562 31 Kb

 

กองคุ้มครองแรงงาน

กลุ่มงานแรงงานหญิง เด็ก และเครือข่ายการคุ้มครองแรงงาน

โทรศัพท์ 0 2246 8024

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาแรงงาน นอกระบบแห่งชาติ พ.ศ. .... ให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบทุกกลุ่ม สอดคล้องสังคมไทยและมาตรฐานสากล พร้อมเล็งเปิดรับความคิดเห็นทางเว็บไซต์ต่อไป

         นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาแรงงานนอกระบบแห่งชาติ พ.ศ. .... ในวันพุธที่ 19 ธันวาคม 2561 โดยมีแรงงานนอกระบบ ผู้นำกลุ่มต้นแบบแรงงานนอกระบบ นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 240 คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพฯ ซึ่งการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจถึงหลักการ เหตุผลและเนื้อหาสาระของร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว พร้อมรับฟังความเห็นจากผู้ที่มีส่วนได้เสียเพื่อจะได้นำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยมุ่งหวังให้แรงงานนอกระบบได้รับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งเกิดประโยชน์สูงสุดต่ออย่างแท้จริง

         นายทศพล กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานนอกระบบ เป็นกลุ่มแรงงานที่มีความหลากหลาย ทั้งประเภทอาชีพ สถานะทางเศรษฐกิจ สถานที่ทำงาน ความเสี่ยง ความมั่นคง และสภาพปัญหาของแต่ละกลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมา กสร. มีกฎหมายที่ดูแลแรงงานนอกระบบ 3 กลุ่ม คือ ลูกจ้างทำงานบ้าน ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2555) ลูกจ้างในงานเกษตร ซึ่งมิได้มีการจ้างงานตลอดทั้งปี ตามกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. 2557 และกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2553 แต่ยังไม่มีกฎหมายในลักษณะที่ให้การส่งเสริมดูแลสวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบทุกกลุ่ม ดังนั้น การคุ้มครองดูแลจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถี่ถ้วนเพื่อให้ครอบคลุมทุกด้าน นอกจากนี้ กสร. ได้เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาแรงงานนอกระบบแห่งชาติ พ.ศ. .... ทางเว็บไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาศึกษารายละเอียดและแสดงความคิดเห็นได้อย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นจะนำข้อเสนอแนะ ที่ได้รับไปปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยและมาตรฐานแรงงานสากล ตลอดจนมีแนวปฏิบัติที่เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างสูงที่สุด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจงร่างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... มาจากการพิจารณายกร่างโดยคณะกรรมการไตรภาคี และเปิดรับฟังความคิดเห็นวิเคราะห์อย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงทุกฝ่าย เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจแก่นายจ้าง ลูกจ้าง

         นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงประเด็นที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีความเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 โดยชี้แจงว่า การยกร่างกฎหมายดังกล่าวทำโดยคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และผู้แทนฝ่ายภาครัฐ และได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นจากหน่วยงานภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชนทั่วไป จำนวน 297 คน รวมทั้งได้เปิดรับฟังผ่านทางเว็บไชต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (www.labour.go.th) ในช่วงระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 26 พฤษภาคม 2560 มีผู้สนใจเข้าชมเพื่อศึกษาร่างกฎหมาย จำนวน 235 คน โดยความเห็นที่ผ่านทั้งสองช่องทางส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการเนื่องจากเป็นการขยายการคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น แม้ว่าจะมีบางส่วนที่เห็นว่าอาจเพิ่มภาระให้นายจ้าง ซึ่งก็ได้นำผลการรับฟังมาวิเคราะห์ผลกระทบและจัดทำคำชี้แจงเหตุผลและเปิดเผยให้ประชาชนทราบทางเว็บไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมาโดยตลอด นอกจากนี้ ในการพิจารณาร่างของสภานิติบัญญัติก็ได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาด้วย

         ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิของผู้ทำงานที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานโดยคำนึงถึงผู้ที่ทำงานกับนายจ้างมาเป็นเวลายาวนาน 20 ปีขึ้นไปให้ได้ค่าชดเชย ที่เหมาะสมและเป็นหลักประกันในกรณีที่ต้องออกจากงานในขณะที่เป็นผู้สูงวัย รวมทั้งเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างลากิจได้ปีละ 3 วันโดยได้รับค่าจ้าง และคุ้มครองดูแลสิทธิของแรงงานสตรีให้ได้รับค่าจ้างเท่าเทียมกับแรงงานชายหากทำงานที่มีค่าเท่าเทียมกัน ตลอดจนดูแลแรงงานสตรีที่มีครรภ์ โดยเพิ่มจำนวนวันลาคลอดเพื่อให้ครอบคลุมช่วงการตรวจครรภ์ด้วย

        นายวิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับบทบัญญัติบางประการ อาทิ การเพิ่มสิทธิค่าชดเชย 400 วันให้ลูกจ้างที่อายุงาน 20 ปีขึ้นไปและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด อาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้นายจ้างบ้างแต่เป็นหลักการที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกจ้างที่ทำงานมายาวนาน มีอายุมาก หากถูกเลิกจ้างหรือเกษียณอายุตามข้อบังคับของนายจ้างให้สามารถดำรงชีพได้ภายหลังจากออกจากงานไปแล้วและอาจหางานใหม่ได้ยาก อย่างไรก็ตามหลังจากที่พระราชบัญญัติดังกล่าวได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและก่อนที่กฎหมายฉบับแก้ไขนี้จะมีผลลบังคับใช้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะได้เร่งสร้างความเข้าใจแก่นายจ้างและลูกจ้างทั่วประเทศทั้งในส่วนของหลักการและเหตุผลของกฎหมาย และแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายที่ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้นายจ้าง ลูกจ้างสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องภายใต้ความสัมพันธ์อันดีต่อกัน