111653
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
69
207
1406
109121
4347
4519
111653

Your IP: 192.168.2.69
2019-08-20 08:21

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงกรณีลูกจ้างขอทำงานที่บ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถทำได้ขึ้นอยู่กับสภาพและลักษณะงานที่ทำ หากสภาพการทำงานไม่กระทบและนายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้

          นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวลูกจ้างขอทำงานที่บ้านเพื่อป้องกันสุขภาพในช่วงที่มีภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองหนาแน่นว่า กสร.เห็นว่าแนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตามกรณีที่จะให้ลูกจ้างทำงานอยู่ที่บ้านได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับลักษณะงานหรือประเภทของสถานประกอบกิจที่ลูกจ้างทำว่าสามารถนำงานกลับไปทำที่บ้านได้หรือไม่ กรณีที่เป็นงานเกี่ยวกับการผลิต ประกอบ หรือต้องทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรการให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านคงไม่สามารถดำเนินการได้ หากลักษณะงานที่ลูกจ้างทำเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร หรืองานอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมาปฏิบัติงานในสถานที่ทำงาน นายจ้างก็สามารถให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้

          นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า หากนายจ้างหรือสถานประกอบการพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำสามารถให้ลูกจ้างนำกลับไปทำงานที่บ้านได้และส่งผลดีกับสุขภาพอนามัยของลูกจ้างก็สามารถตกลงและกำหนดแนวทางหรือวิธีการปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างขณะเดียวกันก็ไม่กระทบกับการดำเนินธุรกิจของนายจ้าง ซึ่งกสร.ก็ยินดีที่จะสนับสนุนแนวทางการดำเนินการดังกล่าว สำหรับสถานประกอบกิจการที่ไม่สามารถให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้ กสร.ขอให้นายจ้างจัดหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ให้ลูกจ้างสวมใส่ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน รวมถึงระหว่างการเดินทางไปกลับจากที่พักและที่ทำงานด้วย และขอให้ลูกจ้างสวมใส่หน้ากากอนามัยที่นายจ้างจัดให้ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีของลูกจ้างเอง

กระทรวงแรงงาน จัดงาน Informal Labour Fair 2019 สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานแรงงานนอกระบบ ร่วมเป็นกลไกในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

         พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Informal Labour Fair 2019 แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรมเดอะบาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯว่า แรงงานนอกระบบเป็นแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งมีจำนวนถึง 21.2 ล้านคน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้แรงงานกลุ่มนี้ได้รับความคุ้มครองและเข้าถึงระบบสวัสดิการภาคสังคมต่างๆ ทัดเทียมกับแรงงานในระบบ กระทรวงแรงงานได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการส่งเสริมและพัฒนาแรงงานนอกระบบให้มีอาชีพ มีรายได้ มีหลักประกันทางสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัด ในการเพิ่มทักษะฝีมือ การส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาด การสร้างหลักประกันในการดำรงชีพเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 การคุ้มครองและสร้างความปลอดภัยในการทำงาน อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของแรงงานนอกระบบและภาคประชาสังคมในท้องถิ่นตั้งแต่ระดับชุมชน อำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัด ในการสนับสนุนให้เกิดเครือข่ายแรงงานนอกระบบในพื้นที่ต่าง ๆ  ซึ่งจะส่งผลให้แรงงานนอกระบบได้เข้าถึงบริการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง

         รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มว่า การจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แรงงานนอกระบบ ผู้นำในระดับชุมชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และประชาชนทั่วไป ได้มีความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์ด้านแรงงานนอกระบบ กฎหมายและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างและรวมตัวเป็นเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกับกระทรวงแรงงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานนอกระบบให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้างป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดจากการจุดประทัด ธูป เทียน ช่วงเทศกาลตรุษจีน กรณีหยุดยาวให้ตรวจสอบความเรียบร้อยเครื่องจักร อุปกรณ์ ก่อนและหลังหยุดเพื่อความปลอดภัย

         นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ( กสร.) เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของชาวจีนที่ยึดถือและปฏิบัติกันมาเป็นเวลานานชาวไทยเชื้อสายจีนจะจุดธูปเทียนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ประกอบกับสถานประกอบกิจการบางแห่งได้กำหนดให้ช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นวันหยุดติดต่อกันหลายวัน เพื่อความปลอดภัยของนายจ้าง ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป กสร.จึงขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้าง ให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดจากการจุดประทัด ธูป เทียน และตรวจสอบ สายไฟ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างเพียงพอ เพื่อลดความรุนแรง และความเสียหาย  ที่อาจเกิดขึ้นได้

         นายวิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีการหยุดติดต่อกันหลายวันขอให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบในเรื่องของจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติภัยได้ เช่น สายไฟฟ้า สารเคมี เครื่องจักรอุปกรณ์ โดยทำการตรวจประเมินทั้งก่อนหยุดและเมื่อเปิดดำเนินการให้มีความพร้อมก่อนใช้งาน ทั้งนี้ได้มอบหมายให้พนักงานตรวจความปลอดภัยประชาสัมพันธ์ ชี้แจงให้นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้องได้ทราบ สถานประกอบกิจการที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด    ทุกจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 ศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 1 ถึง 12 หรือที่กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 0 2448 9128-39

         วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.30 น. พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน Informal Labour Fair 2019 แรงงานนอกระบบ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ โดยมีนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานร่วมเป็นเกียรติในพิธี การจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แรงงานนอกระบบ ผู้นำในระดับชุมชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 700 คน ได้มีความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์ด้านแรงงานนอกระบบ กฎหมายและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างและรวมตัวเป็นเครือข่ายในระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกับกระทรวงแรงงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับแรงงานนอกระบบให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป ณ โรงแรมเดอะบาซาร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงกรณีลูกจ้างขอทำงานที่บ้านเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถทำได้ขึ้นอยู่กับสภาพและลักษณะงานที่ทำ หากสภาพการทำงานไม่กระทบและนายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้

         นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวลูกจ้างขอทำงานที่บ้านเพื่อป้องกันสุขภาพในช่วงที่มีภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็กครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นละอองหนาแน่นว่า กสร.เห็นว่าแนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตามกรณีที่จะให้ลูกจ้างทำงานอยู่ที่บ้านได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับลักษณะงานหรือประเภทของสถานประกอบกิจที่ลูกจ้างทำว่าสามารถนำงานกลับไปทำที่บ้านได้หรือไม่ กรณีที่เป็นงานเกี่ยวกับการผลิต ประกอบ หรือต้องทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรการให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านคงไม่สามารถดำเนินการได้ หากลักษณะงานที่ลูกจ้างทำเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร หรืองานอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมาปฏิบัติงานในสถานที่ทำงาน นายจ้างก็สามารถให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้

         นายสมบูรณ์ กล่าวต่อว่า หากนายจ้างหรือสถานประกอบการพิจารณาว่างานที่ลูกจ้างทำสามารถให้ลูกจ้างนำกลับไปทำงานที่บ้านได้และส่งผลดีกับสุขภาพอนามัยของลูกจ้างก็สามารถตกลงและกำหนดแนวทางหรือวิธีการปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างขณะเดียวกันก็ไม่กระทบกับการดำเนินธุรกิจของนายจ้าง ซึ่งกสร.ก็ยินดีที่จะสนับสนุนแนวทางการดำเนินการดังกล่าว สำหรับสถานประกอบกิจการที่ไม่สามารถให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านได้ กสร.ขอให้นายจ้างจัดหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ให้ลูกจ้างสวมใส่ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน รวมถึงระหว่างการเดินทางไปกลับจากที่พักและที่ทำงานด้วย และขอให้ลูกจ้างสวมใส่หน้ากากอนามัยที่นายจ้างจัดให้ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีของลูกจ้างเอง