111644
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
60
207
1397
109121
4338
4519
111644

Your IP: 192.168.2.69
2019-08-20 08:11

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมเสวนาในงานที่มีคุณค่าสำหรับธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ย้ำใช้หลักการ GLP TLS พัฒนาด้านแรงงานสู่มาตรฐานสากล ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน เพิ่มโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการ

        เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.00 น. นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมเสวนาในหัวข้อ Socially responsible labour practies in global supply chain : Opportunities and challenges (แนวปฏิบัติด้านแรงงานที่รับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่อุปทานโลก : โอกาสและความท้าทาย) ร่วมกับ Mr. Charles Bodwell ผู้แทนจาก ILO Mr. Phillipp Dupuis ผู้แทนจาก EU นายอุกฤษณ์ กาญจนเกตุ ผู้แทนสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย และนายสาวิทย์ แก้วหวาน ผู้แทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ซึ่งจัดโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ณ โรงแรม อิสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ทั้งนี้ อธิบดีกสร. ได้เสวนาในประเด็น "สถานะของประเทศไทยในฐานะประเทศผู้จัดหาในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกคืออะไรและรัฐบาลให้การสนับสนุน บริษัทต่าง ๆ ในการปรับปรุงการดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบ โดยกล่าวว่า ปัจจุบันเวทีการค้าโลกได้มีการนำประเด็นเรื่องการดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานและการบริหารจัดการแรงงานที่ดีมาเป็นเครื่องชี้วัดความโปร่งใสของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการระหว่างประเทศ รัฐบาลได้ดำเนินการในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานสากลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ และความปลอดภัยในการทำงาน

         นายวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ควบคู่ไปกับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายข้างต้น กระทรวงแรงงานยังได้นำหลักการของแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) และมาตรฐานแรงงานไทย (TLS 8001-2010) มาส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการนำไปใช้พัฒนาด้านแรงงานเนื่องจากหลักการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานสากล  อีกทั้ง เป็นการแสดงให้ผู้ค้าและผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศได้รับรู้ว่าประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงานของผู้ประกอบการไทยตลอดจนห่วงโซ่อุปทานอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งจากการดำเนินการที่ผ่านมาเชื่อมั่นว่ากระทรวงแรงงานได้ดำเนินการมาถูกทางแล้ว และยังคงต้องมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ทั้งนี้ เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าให้ผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย

กระทรวงแรงงาน จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ระหว่าง  กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) และรัฐวิสาหกิจ จำนวน  15 หน่วยงาน ร่วมขับเคลื่อนและเป็นต้นแบบการดำเนินงานด้านการป้องกันยาเสพติด ตั้งเป้าแรงงานห่างไกลยาเสพติด มีคุณภาพชีวิตที่ดี

         วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2562) เวลา 10.30 น. ณ ห้องจอมพล ป. พิบูลสงคราม กระทรวงแรงงาน กรุงเทพมหานคร      พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ระหว่าง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การยางแห่งประเทศไทย การยาสูบแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด โรงพิมพ์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โดยกล่าวว่า นโยบายรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเจตนารมณ์และกำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเร่งดำเนินการจัดการกับปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และให้ยาเสพติดหมดสิ้นไปจากประเทศไทยโดยเร็ว ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันเพื่อเผชิญกับปัญหาและความท้าทายดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้มีความตระหนักและสร้างจิตสำนึกที่ดีร่วมกันในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศด้วยการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้แรงงานในทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้แรงงาน ส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

         พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงแรงงานได้ดำเนินงาน   ตามแผนบูรณาการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการโรงงานสีขาว และมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด      ในสถานประกอบกอบกิจการ ซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการที่ผ่านเกณฑ์โรงงานสีขาว 51,772 แห่ง แรงงานที่เกี่ยวข้อง 4,859,623 คน และผ่านเกณฑ์มาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 6,646 แห่ง แรงงานที่เกี่ยวข้อง 1,325,395 คน และในวันนี้ได้ขยายความร่วมมือไปสู่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจเพื่อร่วมกันขับเคลื่อน และเป็นต้นแบบสำหรับสถานประกอบกิจการ  ทั่วประเทศในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ส่งผลให้พนักงานรัฐวิสาหกิจ 162,445 คน จาก 15 หน่วยงานที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงฯ และครอบครัวมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลยาเสพติด มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

         กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง (นบร. รุ่นที่ 28) ระหว่างวันที่ 20 ก.พ. – 7 มี.ค. 62  มุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะในการปฏิบัติราชการ สมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ตั้งเป้าสร้างนักบริหารแรงงานระดับกลางให้เป็นผู้นำยุคใหม่อย่างมืออาชีพ

         นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวในฐานะประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง (นบร.) รุ่นที่ 28 ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรม เอสรัชดา เลเชอร์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ ว่า กสร. ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรของกรมให้มีความพร้อมในการปฏิบัติราชการอย่างมืออาชีพ มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะและทัศนคติที่ดีในการปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะนักบริหารระดับกลาง ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนกลไกการบริหารจัดการองค์กรไปสู่ความสำเร็จในฐานะบุคคลกลางที่จะต้องเชื่อมโยงและถ่ายทอดนโยบาย จากผู้บริหารระดับสูงไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้น การฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนานักบริหารแรงงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับกลาง หรือ นบร. ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2562 รวม 16 วัน มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างให้ข้าราชการระดับชำนาญการที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักบริหารระดับกลางต่อไป ในอนาคตเป็นผู้นำยุคใหม่ที่มีแนวคิดและประสบการณ์ทางด้านวิชาการและการบริหาร สามารถปรับตัวให้ทันต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งเป็นผู้มีศักยภาพ มีทัศนคติ ค่านิยม และความรับผิดชอบโดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรมและความโปร่งใส มุ่งผลสัมฤทธิ์ถึงประชาชน ตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้  ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อนุมัติเงินกู้ให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน อีซูซุเอ็นยิ่น 13 ล้านบาทแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ลูกจ้าง พร้อมเผย 5 เดือนแรกงบ 62 ปล่อยกู้ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการแล้ว 34 ล้านบาท ลูกจ้างได้ประโยชน์กว่า 1,705 คน

         นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานได้มีมติอนุมัติเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน จำนวน 13 ล้านบาท ให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน อีซูซุเอ็นยิ่น (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เพื่อให้สหกรณ์เป็นทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องและเป็นสินเชื่อให้ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกได้กู้ยืมเพื่อนำไปลดภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งสหกรณ์ดังกล่าวเคยได้รับการอนุมัติเงินกู้มาแล้ว 2 ครั้ง ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ลูกจ้างแล้ว 1,381 คน สำหรับเงินกู้ครั้งนี้คาดว่าจะเกิดประโยชน์แก่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์อีก 657 คน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 61 ถึงปัจจุบัน) กสร. ได้อนุมัติเงินกู้ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการไปแล้ว    5 แห่ง เป็นเงิน 34,500,000 บาท ลูกจ้างได้รับประโยชน์ 1,705 คน

         นายวิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมการออมทรัพย์ สนับสนุนการปลดเปลื้องหนี้นอกระบบของผู้ใช้แรงงานโดยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวที่ดียิ่งขึ้น จึงขอเชิญชวนให้สถานประกอบกิจการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่ลูกจ้าง และหากสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจใดสนใจกู้เงินกองทุน   เพื่อผู้ใช้แรงงาน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองสวัสดิการแรงงาน กลุ่มงานกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน โทรศัพท์ 0 2248 6684 หรือ 0 2246 0383

          กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2562 ในวันที่ 8 มีนาคม 2562 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) ในการจัดงานว่า “แรงงานสตรี ร่วมจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานสตรีว่าเป็นกำลังสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม มีการจัดกิจกรรมสำคัญเพื่อส่งเสริมคุณค่าของสตรีทำงาน โดยการคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น เพื่อมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ การจัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติและยกย่องสตรีทำงาน ประกาศผลการคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น ประจำปี 2562   ดังรายชื่อ