111642
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
58
207
1395
109121
4336
4519
111642

Your IP: 192.168.2.69
2019-08-20 08:10

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยผลการเลือกผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้าน    เป็นคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ทำหน้าที่เสนอความเห็นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรการในการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน

         นายวิวัฒน์ ตังหงส์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 กสร. ได้จัดให้มีเลือกกันเองของผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อเป็นคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ฝ่ายละ 3 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกผู้แทนผู้จ้างงานและผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 80 และ 83 ตามลำดับ สำหรับผลการลงคะแนนมีรายละเอียดดังนี้

         ผู้แทนผู้จ้างงาน 

         ลำดับที่ 1 นางสาวสรรัศมิ์ตรี พรมเสาร์

         ลำดับที่ 2 นายอานนท์  จิตรมีศิลป์

         ลำดับที่ 3 นางวัลลภา  ธัญญพันธ์

         ผู้แทนผู้รับงานไปทำที่บ้าน 

         ลำดับที่ 1 นายสมคิด  ด้วงเงิน

         ลำดับที่ 2 นางณีรมล  สุทธิพรรณพงศ์

         ลำดับที่ 3 ผู้แทนผู้จ้างงาน นางสาวยุพิน  เถิงจางวงศ์

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่แทนคณะกรรมการชุดปัจจุบันที่จะหมดวาระในวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้คณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้านมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี โดยมีหน้าที่เสนอแนะและให้ความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครอง ส่งเสริม พัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน มาตรการพัฒนาฝีมือแรงงาน มาตรการในการป้องกันการประสบอันตรายเจ็บป่วย หรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้รับงานไปทำที่บ้าน รวมถึงการออกกฎกระทรวง ประกาศเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้  กำหนดอัตราค่าตอบแทนในงานที่รับไปทำที่บ้าน ส่งเสริมผู้จ้างงานและผู้รับงานไปทำที่บ้านในการสร้างแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชนและองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

          กระทรวงแรงงาน ร่วมกับสถานประกอบการ และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และรับบริจาคโลหิต ครั้งที่ 1 จากจำนวน 15 ครั้ง ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานและประชาชนที่ประสบอันตรายจากการทำงาน ส่งเสริมรณรงค์ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความเสียสละและทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 

          เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 นายสุรเดช วลีอิทธิอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และรับบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” ณ บริษัทไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 410 นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถ.ฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 จากจำนวน 15 ครั้ง โดยครั้งแรกนี้ กระทรวงแรงงาน ร่วมกับบริษัทไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า อันเป็นที่มาของโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน ตลอดจนองค์กรสาธารณกุศล ร่วมกันดำเนินการอยู่เป็นประจำ 

           รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า กิจกรรมการบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ตลอดจนองค์กรนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบเข้าร่วมกิจกรรมในการบริจาคโลหิตจำนวน 300 คน จากเป้าหมายดำเนินการจำนวนทั้งสิ้น 15 ครั้ง ประกอบด้วย ในพื้นที่กระทรวงแรงงาน 3 ครั้ง และในสถานประกอบกิจการ 12 ครั้ง ระหว่างวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 - 4 พฤษภาคม 2563 นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การออกบูธกิจกรรมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เป็นต้น โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการร่วมสืบสานและสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงแรงงาน บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สถานีตำรวจนครบาลฉลองกรุง และสำนักงานนิคอุตสาหกรรมลาดกระบัง เป็นการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานและประชาชนที่ประสบอันตรายจากการทำงาน และส่งเสริม รณรงค์ให้ตระหนักถึงความเสียสละและการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของทุกคนด้วย

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งแรงงานกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ณ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา ชลบุรี ย้ำให้เตรียมพร้อม คนพร้อม รถพร้อม ใจพร้อม และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยลำดับแรก

         พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการ “สงกรานต์ชื่นบาน แรงงานชื่นใจ” ณ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา ชลบุรี วันที่ 3 เมษายน 2562 ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังแรงงาน 38.3 ล้านคน เป็นผู้ที่ทำงานในระบบสถานประกอบการมากกว่า 11.5 ล้านคน และมีแรงงานต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านอีกประมาณ 3.2 ล้านคน ซึ่งแรงงานต่างชาติกลุ่มนี้มีวัฒนธรรมและประเพณีใกล้เคียงกับคนไทยโดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์ ดังนั้น เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ 2562 รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 12 เมษายน 2562 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เป็นวันหยุดต่อเนื่อง รวม 5 วัน ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2562 กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยผู้ใช้แรงงานที่จะต้องเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จึงได้จัดโครงการ “สงกรานต์ชื่นบาน แรงงานชื่นใจ”ขึ้น โดยขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการต่าง ๆ ในการอำนวยความสะดวกและให้ความรู้แก่ลูกจ้างทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวเพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับภูมิลำเนาในเทศกาลสงกรานต์ โดยขอความร่วมมือให้สถานประกอบการจัดให้ลูกจ้างได้หยุดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2562 นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างชาติสัญชาติกัมพูชาลาว และเมียนมา ที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 5 ถึง 30 เมษายน 2562 โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราวีซ่า แต่หากเดินทางกลับภายหลังวันที่ 30 เมษายน 2562 จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท แต่จะต้องกลับเข้าสู่ประเทศไทยภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 รวมถึงรณรงค์ให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมใช้สิทธิตรวจสุขภาพประจำปีและจัดบริการทางการแพทย์ โดยหากมีกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือประสบอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางให้สามารถเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันทีโดยใช้เพียงบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจสุขภาพผู้ใช้แรงงานก่อนการเดินทาง บริการตรวจเช็คความพร้อมของยานพาหนะโดยจัดชุดช่างตรวจสภาพและซ่อมบำรุงยานพาหนะและเตรียมความพร้อมผู้ขับขี่ทั้งรถยนต์โดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยตามนโยบาย Safety Thailand และได้มอบหมายให้สำนักงานแรงงานในต่างประเทศจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ในหมู่แรงงานไทยอีกด้วย

         รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมในวันนี้ (3 เม.ย.62) เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการภายใต้โครงการ “สงกรานต์ชื่นบาน แรงงานชื่นใจ” ซึ่งกระทรวงแรงงานร่วมกับภาคเอกชนจัดขึ้น ณ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา จังหวัดชลบุรีเนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมและบริการใหญ่มีจำนวนแรงงานในสถานประกอบการกว่า 7 แสนคน โดยเป็นแรงงานที่ย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดอื่น ๆ และแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอีกกว่า 2 แสนคน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการและแรงงานรองรับเทศกาลสงกรานต์โดยมุ่งเน้นการรณรงค์ให้ผู้ใช้แรงงานมีความระมัดระวังไม่ประมาท มีการเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง3 ประการ คือ คนพร้อม รถพร้อม และใจพร้อม ทั้งนี้ขอฝากให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานใช้ความระมัดระวังและไม่ประมาท ขับขี่ปลอดภัย เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนชื่นบาน ผู้ประกอบการและผู้ใช้แรงงานทุกคนชื่นใจ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้ใช้แรงงานสามารถติดต่อกระทรวงแรงงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางสายด่วน 1506

        วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เวลา 11.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2562 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง กทม.โดยมีพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวรายงาน และนายทวี เตชะธีราวัฒน์ ประธานคณะกรรมกรรมการจัดงาน พร้อมคณะกรรมการนำเสนอข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติประจำปี 2562 ทั้งนี้ในช่วงเช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานในพิธีสงฆ์ พร้อมนำผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงแรงงานร่วมริ้วขบวนกับขบวนของผู้ใช้แรงงาน จำนวน 17 องค์กร เคลื่อนจากสโมสรทหารบก ไปยังอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง กทม.เนื่องในโอกาสวันแรงงาน

 

          วันที่ 29 มีนาคม 2562 นายสมบูรณ์ ตรัยศิลานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์เครือข่ายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานกรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ความเข้มแข็งและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ 1ถึง 10 และเครือข่ายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในพื้นที่   ณ วิทยาลัยพญิชยการเชตุพน กรุงเทพฯ