332283
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
139
234
139
330276
6820
9474
332283

Your IP: 192.168.2.69
2021-10-24 06:51

ผู้บริหาร

        รมว.แรงงาน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย พร้อมหารือผู้ดูแลให้เกิดความร่วมมือทั้งสองฝ่าย มุ่งปรับปรุงให้เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลด้านแรงงานที่มีคุณค่าในสังคมไทย

       เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 เวลา 16.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางไปพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยตั้งอยู่บนถนนนิคมรถไฟมักกะสัน กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังบรรยายประวัติและภารกิจทางประวัติศาสตร์แรงงานไทย ตลอดจนรับฟังปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานห้วงที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อผลักดันพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์แรงงานไทยและเป็นสถานที่จัดกิจกรรมเพื่อผู้ใช้แรงงานและสาธารณชน สำหรับพิพิธภัณฑ์แรงงานไทยนั้น ถือเป็นโครงการที่รวบรวมประวัติความเป็นมา ชีวิตความเป็นอยู่ และการทำงานของผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับแรงงานไทย โดยองค์การแรงงาน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการด้านแรงงาน นักประวัติศาสตร์ และนักจดหมายเหตุ มีมติร่วมกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แรงงานแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2534 เพื่อเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงเรื่องราวของผู้ใช้แรงงานไทย  ปัจจุบันมีห้องแสดง จำนวน 7 ห้อง ได้แก่ ห้องแสดงที่ 1 แรงงานบังคับ ไพร่-ทาส และการเปิดประเทศ ห้องแสดงที่ 2 กุลีจีน บอกเล่าเรื่องราวของแรงงานจีน ซึ่งถือเป็นแรงงานรับจ้างรุ่นแรกสุดของสังคมไทย ห้องแสดงที่ 3 การปฏิรูปประเทศสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญช่วงหนึ่งของสังคมไทยกระบวนการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัยนั้น ห้องแสดงที่ 4 กรรมกรกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ห้องแสดงที่ 5 จากสงครามโลกถึงสงครามเย็น ห้องแสดงที่ 6 ห้องศิลปวัฒนธรรมกรรมกรสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ จิตร ภูมิศักดิ์ และห้องแสดงที่ 7 จากยุค 14 ตุลา ถึงยุควิกฤตเศรษฐกิจ เป็นห้องใหญ่จัดแสดงประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของแรงงานไทย ตั้งแต่ยุค 14 ตุลา 2516 จนถึงยุควิกฤตเศรษฐกิจที่คนงานจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง

       รมว.สุชาติ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะคุณค่าของผู้ใช้แรงงาน คือผู้ที่สร้างชาติ สร้างผลงานให้กับการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะต้องเชิดชูแรงงานเหล่านี้ที่สามารถช่วยสร้างเศรษฐกิจและรายได้ให้กับประเทศชาติ โดยกิจกรรมใดที่มีคำว่าแรงงานเข้าไปเกี่ยวข้อง กระทรวงแรงงานจะเข้าไปพัฒนาและดูแลให้ความสำคัญเพื่อให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดความมั่นคงยั่งยืนต่อไป

       นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน จะขอร่วมสานต่อแนวคิดท่านสุชาติ ในการฟื้นฟูพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย และสนับสนุนให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ต่อไป

  

  

     กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แจงข่าวเท็จเตือนอย่าแชร์ต่อ หลังพบโพสต์ในสื่อออนไลน์ระบุว่าลูกจ้างทดลองงานหากลาป่วยจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง ยืนยันเป็นข่าวเท็จ พร้อมย้ำกรณีลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานได้รับอนุญาตให้ลาป่วย ย่อมมีสิทธิได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี

     นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึง กรณีโพสต์ข้อความหนึ่งในสื่อออนไลน์ ระบุว่าลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานหากใช้สิทธิลาป่วยจะไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างลาป่วย โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ตรวจสอบและขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวเท็จทั้งนี้ขอให้ประชาชนอย่าแชร์ข้อมูลออกไปอันจะก่อให้เกิดการความเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับมายัง กสร. ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ให้ดำเนินการชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งกรมขอชี้แจงว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และมีสิทธิได้รับค่าจ้างจากนายจ้างปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน โดยลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลาป่วย ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างรายเดือน ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างตามผลงาน หรือลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงาน ซึ่งที่ผ่านมาลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานมักมีความเข้าใจผิดว่า หากลูกจ้างไม่มาทำงานก็ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง โดยความจริงแล้วไม่มีกฎหมายบัญญัติยกเว้นว่าลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานลาป่วยไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้าง ดังนั้นลูกจ้างที่อยู่ในระหว่างทดลองงานจึงมีสิทธิลาป่วยและมีสิทธิได้รับค่าจ้างปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน เช่นเดียวกับลูกจ้างประเภทอื่น นอกจากนี้นายจ้างจะออกระเบียบหรือทำข้อตกลงให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไม่ได้ เช่น ตกลงให้ค่าจ้างวันลาป่วยปีละไม่เกิน 20 วัน หรือลูกจ้างทดลองงานไม่มีสิทธิลากิจธุระอันจำเป็น เป็นต้น ถือว่าข้อตกลงเช่นนี้ตกเป็นโมฆะ เพราะขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

      อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันนี้มีข่าวเท็จหรือข่าวปลอมในลักษณะนี้เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดขึ้น และกรณีนายจ้าง ลูกจ้าง มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ หรือโทรศัพท์สายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3

        รมว.แรงงาน ห่วงการเกิดอุบัติเหตุความไม่ปลอดภัยในการทำงานจากผลกระทบฝนตกหนัก เตือนนายจ้าง ลูกจ้าง ดูแลความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน ตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด

        นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศในช่วงวันที่ 5 – 11 ตุลาคม 2564 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความห่วงใยต่อนายจ้าง ลูกจ้าง ในเรื่องความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการจากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงแรงงานจึงสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกจ้าง ในสถานประกอบกิจการ โดยให้จัดส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยในการทำงานเข้าตรวจสถานประกอบกิจการ และทำความเข้าใจกับนายจ้าง ลูกจ้าง ได้ดูแลสถานประกอบกิจการให้มีความปลอดภัยในการทำงาน ร่วมกันตรวจสอบเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟฟ้ารั่วและดูด เป็นต้น สำหรับสถานประกอบกิจการ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่อาจได้รับผลกระทบขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดเหตุความไม่ปลอดภัย เช่น เกิดน้ำท่วมฉับพลันดินโคลนถล่ม ทำให้อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างทรุดตัวหรือพังทลาย โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโครงสร้าง อาคาร สถานที่ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย

        นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กสร.ขอให้นายจ้างจัดให้มีมาตรการเกี่ยวกับการขับขี่ปลอดภัยทั้งในการให้ความรู้และกำกับดูแลให้ลูกจ้างที่ใช้ยานพาหนะเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงลูกจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะประเภทขนส่งทางบกปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด เพราะต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ๆ ดังนั้น จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ มีสติตลอดเวลา ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ และต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและขณะขับรถ

   เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่พนักงานบริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด และตัวแทนสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นเนลแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบกิจการผลิตชุดชั้นในสตรี จ.สมุทรปราการ ถูกเลิกจ้าง เนื่องจากปิดกิจการและไม่ได้รับเงินชดเชย ได้ไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำงบกลางมาจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างและได้ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนการจ่ายเงินสงเคราะห์ลูกจ้าง ผ่านนายสุเทพ อู่อ้น ประธานกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี นั้น ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อวันที่ 28 เม.ย. - 11 ส.ค. 64 ให้แก่ลูกจ้าง 1,231 คน รวมเป็นเงิน 22,321,856 บาท ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม จ่ายเงินประกันการว่างงาน 65,540,768 บาท และกรมการจัดหางาน จัดตำแหน่งงานว่างรองรับ 1,834 ตำแหน่ง

   นายนิยม กล่าวต่อว่า รัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยใส่ใจพี่น้องแรงงานทุกคน ทุกกลุ่ม และได้สั่งการให้ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างโดยเร็ว วันนี้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของเงินประกันการว่างงานของประกันสังคม ท่านสุชาติ ยังได้ดำเนินการให้มีการแก้ไขระเบียบให้สามารถจ่ายเงินประกันสังคมได้ก่อนที่จะจบกระบวนการศาล ซึ่งแต่เดิมการที่จะจ่ายเงินประกันการว่างงานให้กับผู้ใช้แรงงานในกรณีที่มีคดีฟ้องร้องในชั้นศาลจำเป็นจะต้องให้กระบวนการศาลจบเรียบร้อยก่อน ส่วนเรื่องการของบกลางสำรองจ่ายให้กับลูกจ้างก่อน เบื้องต้นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ทำหนังสือยื่นไปที่สำนักงบประมาณ อยู่ระหว่างการตอบกลับ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับนายจ้างศาลอาญาได้ออกหนังสือหมายจับแก่นายจ้างทั้ง 2 รายเรียบร้อยแล้ว

   "ผมขอยืนยันว่า รัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ได้ดูแลแรงงานกลุ่มนี้อย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้น เพราะให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงาน" นายนิยม กล่าวในท้ายสุด

 

      กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประกาศนโยบายเร่งด่วนเน้นย้ำการป้องกันและแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่ระดับ Tier 1 พร้อมขับเคลื่อนการทำงานของกรม ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน เดินหน้าสร้างรากฐานการปฏิบัติงานมุ่งผลสัมฤทธิ์เพื่อประชาชน

       นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวในฐานะประธานการแถลงนโยบายและแนวทางปฏิบัติราชการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ณ ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ว่าปัจจุบันประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 นำมาซึ่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดแรงงานไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังมาตรการล็อกดาวน์การเปลี่ยนแปลงของสภาพการจ้างงานเป็นผลทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว  เพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ซึ่งส่งผลให้แรงงานกลุ่มเปราะบาง เช่น แรงงานทักษะต่ำ แรงงานผู้หญิง แรงงานข้ามชาติในประเทศ เป็นกลุ่มแรงงานที่กรมต้องเข้ามาดูแลโดยด่วน กระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินนโยบายการทำงานเน้นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงานให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวคิด “คนสำราญ งานสัมฤทธิ์ผล ประชาชนพึงพอใจ” เน้นย้ำการทำงานเชิงรุก ได้แก่ 1) สานงานต่อ  โครงการที่ทำแล้วมีผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรและยกระดับการให้บริการของหน่วยงานสู่ความเป็นเลิศ พร้อมเร่งรัดการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึง 2) ก่องานเพิ่ม โดยเน้นที่นโยบายเร่งด่วนด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสู่ Tier 1 โดยพุ่งเป้าการตรวจสถานประกอบกิจการที่เสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เพื่อคุ้มครองแรงงานไม่ให้มีการละเมิดสิทธิด้านแรงงานในกิจการประเภทต่าง ๆ พร้อมส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดการละเมิดสิทธิแรงงานให้นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) ไปใช้ในการบริหารจัดการแรงงาน นอกจากนี้กรมจะดูแลแรงงาน  ทั้งในและนอกระบบให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย การดำเนินมาตรการเชิงรุกด้านความปลอดภัยในการทำงาน (Safely & Healthy Thailand) เพื่อให้อัตราการประสบอันตรายจากการทำงานลดลงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์เชิงรุกในภาวะวิกฤตด้วยระบบทวิภาคีและส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการเข้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทย (TLS) ตลอดจนปรับปรุง พัฒนากฎหมายให้มีความเหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นระบบ Big Data สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ในปีงบประมาณ 2565 นี้ กรมจะพัฒนาขีดความสามารถการทำงานของบุคลากร องค์กร ตลอดจนการบริหารจัดการและการให้บริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยโครงการที่เป็นงานใหม่ โดย 3) เติมงานใหม่ มุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เช่น โครงการ Factory Sandbox การส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ของสหภาพแรงงาน การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ให้มีความเข้มแข็ง การเทียบเคียงมาตรฐานแรงงานไทยกับมาตรฐานอื่น ๆ เช่น ISO 45001 ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เป็นต้น เช่นเดียวกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ที่เทียบเคียงคุณวุฒิการศึกษา กับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ พร้อมกันนี้กรมจะมุ่งพัฒนาการให้บริการ การอนุมัติ การอนุญาต เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์และอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองแรงงานด้วยระบบภูมิสารสนเทศ (Geo-Informatics) และพัฒนาระบบการตรวจแรงงานในรูปแบบการรับรองตนเอง (Self – Declaration) เพื่ออำนวยความสะดวกให้สถานประกอบกิจการลดต้นทุนหรือเวลาในการดำเนินงาน และพัฒนาไปสู่การตรวจสอบโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต

            “กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน พร้อมขับเคลื่อนนโยบายการกำกับดูแลให้แรงงานทั้งในและนอกระบบให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย รวมทั้งพัฒนามาตรฐานแรงงานไทยเทียบเท่าสากลพร้อมยกระดับการให้บริการประชาชนด้วยความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป” อธิบดี กสร. กล่าวในตอนท้าย