296821
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
70
411
1369
293422
6985
8046
296821

Your IP: 192.168.2.69
2021-06-24 04:42

ผู้บริหาร

 

          กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เชิญชวนเสนอชื่อสตรีทำงานดีเด่น เพื่อเชิดชูเกียรติและเข้ารับโล่รางวัลในงานวันสตรีสากล ประจำปี 2564 หมดเขต 1 กุมภาพันธ์ 2564

          กระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลและบริหารงานโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความมุ่งมั่นให้แรงงานสตรีได้รับการปกป้อง คุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสตรีทำงานทุกคนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ สังคมที่ดี ทั้งในระดับครอบครัวจนถึงระดับชาติ จึงสนับสนุนส่งเสริมให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จัดงานวันสตรีสากลขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติสตรีทำงาน ซึ่งประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งในด้านการครองตน ครองคน และครองงาน มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นกำลังสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

          นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวต่อไปว่า ในปี 2564 กรมได้กำหนดจัดงานวันสตรีสากลขึ้นในวันที่ 8 มีนาคม 2564 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร กำหนดแนวคิดหลัก (Theme) ในการจัดงานว่า “แรงงานสตรี รวมพลังฝ่าวิกฤต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน” โดยจัดกิจกรรมหลักสำคัญเพื่อส่งเสริมคุณค่าของสตรีทำงาน คือ การคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น เพื่อมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ ซึ่งกำหนดประเภทสตรีทำงานดีเด่นประจำปี 2564 จำนวน 8 ประเภท ได้แก่ สตรีนักบริหารดีเด่น จำนวน 9 รางวัล สตรีผู้ปฏิบัติการดีเด่น จำนวน 9 รางวัล สตรีเครือข่ายด้านแรงงานดีเด่น จำนวน 6 รางวัล สตรีผู้ประกอบอาชีพอิสระดีเด่น จำนวน 4 รางวัล ศิลปินสตรีดีเด่น จำนวน 1 รางวัล สื่อมวลชนสตรีดีเด่น จำนวน 1 รางวัล สตรีองค์กรพัฒนาเอกชนดีเด่น จำนวน 1 รางวัล และสตรีนักวิชาการด้านแรงงานดีเด่น จำนวน 1 รางวัล รวมทั้งสิ้น 32 รางวัล ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด แบบเสนอชื่อ พร้อมคุณสมบัติ/หลักเกณฑ์การคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 และรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ เว็บไซต์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน www.labour.go.th หัวข้อ“ข่าวประชาสัมพันธ์” เรื่อง “การรับสมัครสตรีทำงานดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานแรงงานหญิง เด็ก และเครือข่ายการคุ้มครองแรงงาน กองคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์: 0 2246 8024 หรือ E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

          สุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน ห่วงเพลิงไหม้ช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ สั่งการ กสร. กำชับพนักงานตรวจแรงงาน แนะนายจ้างเตรียมความพร้อมจัดมาตรการป้องกันอัคคีภัย ย้ำนายจ้างและลูกจ้างต้องสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยร่วมกัน

          นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ  ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยในความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนายจ้าง สถานประกอบกิจการ และลูกจ้างช่วงวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2563 – 2 มกราคม 2564  เนื่องในเทศกาลปีใหม่ โดยสถานประกอบกิจการส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกจ้างได้กลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว และร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองตามประเพณีนิยมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอัคคีภัย จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กำชับพนักงานตรวจแรงงานแนะนำนายจ้าง คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) มาร่วมกันกำหนดมาตรการ หรือแนวทางป้องกันอันตรายทั้งก่อนและในช่วงวันหยุดยาว ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตลอดจนช่วยกันเฝ้าระวังการเกิดอัคคีภัย อุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในสถานประกอบกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการซ่อมแซม บำรุงรักษาระบบต่าง ๆ รวมไปถึงการดำเนินงานของผู้รับเหมาภายนอก หรือการกระทำที่เป็นความเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง

          อธิบดี กสร. กล่าวต่อว่า นอกจากมาตรการข้างต้นแล้วการทบทวนแผนฉุกเฉิน และแผนเผชิญเหตุ นายจ้างต้องให้ความสำคัญด้วย เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้ย้ำเตือนลูกจ้างปิดเครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบต่าง ๆ ที่ไม่ได้ทำงานให้เรียบร้อยก่อนวันหยุดยาว ทั้งนี้ ท่านรัฐมนตรี “สุชาติ” ฝากให้นายจ้าง ลูกจ้างได้ตระหนัก และร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการให้มากที่สุด เพื่อสร้างความสุข ความปลอดภัยร่วมกันในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึงนี้

       วันอังคารที่ 8 ธันวาคม 2563 เวลา 13.00 น. นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดี (Informal Meeting) ร่วมกับโครงการเครือข่ายความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อแรงงานสัมพันธ์เชิงสันติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นกิจกรรมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ และลดความขัดแย้งด้านแรงงานระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กับ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จำกัด กลุ่มบริษัทเครือข่ายพันธมิตร (PM4 ) และกรรมการบริหารสหภาพแรงงานโตโยต้าประเทศไทย โดยมี นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม  ผู้บริหารกรม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ บริษัท เด็นโซ่ประเทศไทยจำกัด โรงงานบางปะกง นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี

          “สุชาติ” ชี้ช่องทางช่วยเหลือสถานประกอบกิจการในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม กู้เงินกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ด้วยดอกเบี้ยต่ำ ปลอดเงินต้นในปีแรก ฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ มีสถานประกอบกิจการและลูกจ้างได้รับผลกระทบหลายแห่ง ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในแต่ละจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ ดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนายจ้าง สถานประกอบกิจการ และลูกจ้าง โดยในระยะแรกให้สำนักงานสวัสดิการและ คุ้มครองแรงงานจังหวัด เข้าไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการที่ประสบปัญหาอุทกภัย ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ตามความเหมาะสม  และขอความร่วมมือจากนายจ้างให้ผ่อนผันเวลาทำงาน หรืออนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติสามารถหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา ระยะที่สองดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนหลังจากน้ำลด ซึ่งสถานประกอบกิจการที่เกิดปัญหาเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิตเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างได้ จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนำเงินกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมาให้สถานประกอบกิจการกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปเป็นเงินทุนในการปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความพร้อมในการผลิตหรือดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างปลอดภัย

          นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเสริมว่า เงินกองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน   การแก้ไขสภาพความไม่ปลอดภัย การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมใด ๆ เพื่อการส่งเสริมและการพัฒนางานด้านความปลอดภัยฯ ภายในกรอบวงเงิน 300 ล้านบาท โดยนายจ้าง สถานประกอบกิจการสามารถกู้ยืมไปฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลดได้โดยไม่จำกัดวงเงินตามแต่ความต้องการ และเหตุผลที่เหมาะสมในการปรับปรุง ซ่อมแซม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการทำงานของลูกจ้าง ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ต่อปี ผ่อนชำระไม่เกิน ปี ปลอดเงินต้นในปีแรก ทั้งนี้ หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2448 9128-39 ต่อ 801-2 หรือที่ E-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

          “สุชาติ” รมว.แรงงาน ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายแก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) พร้อมชื่นชมว่าเป็นหน่วยงานปิดทองหลังพระ ทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับสิทธิตามกฎหมาย ขอให้ยึดมั่นในความถูกต้องและเป็นธรรม รักษามาตรฐานการทำงานที่ดีงามไว้ เพื่อชาติบ้านเมือง และประชาชน

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และมอบนโยบายแก่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงาน โดยมุ่งยกระดับให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจ เพราะพี่น้องผู้ใช้แรงงานถือเป็นฟันเฟืองตัวแรกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น จึงต้องทำให้เกิดการจ้างงานที่ถูกกฎหมาย ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งที่ผ่านมากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหน่วยงานด่านแรกที่ได้ทำหน้าที่รับปัญหาให้กับรัฐบาล ที่ต้องชื่นชมว่าเป็นหน่วยงานปิดทองหลังพระ เพราะต้องดูแลคุ้มครองลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และส่งเสริม สนับสนุนนายจ้างให้ดำเนินธุรกิจตาม หลักมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ทั้งนี้ หากเกิดข้อพิพาทระหว่างกัน ขอให้ตระหนักถึงความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนายจ้าง และลูกจ้าง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม พิจารณาวินิจฉัยความขัดแย้งด้วยเหตุด้วยผล ยึดหลักความถูกต้อง และได้ฝากการบ้านไปยังหน่วยงานในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ให้ช่วยกันติดตามสถานการณ์ด้านแรงงานสัมพันธ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ช่วงปลายปี หากพบว่ากิจการใดส่งสัญญาณจะเกิดข้อพิพาทด้านแรงงานจะได้เข้าไปพูดคุย ป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที และนโยบายสุดท้ายที่ฝากไว้ คือ ขอให้นำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม โดยใช้เป็นแนวทางแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นปัญหาให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ประชาชน และประเทศชาติ

          ด้าน นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจเยี่ยมของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะในครั้งนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรกรมเป็นอย่างมาก ซึ่งเชื่อว่าทุกคนน้อมรับ และยินดีที่จะร่วมกันปฏิบัติภารกิจตามที่ท่านรัฐมนตรีมอบนโยบายไว้ข้างต้น  เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนมีความผาสุก มีคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมทุกมิติ