332322
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
178
234
178
330276
6859
9474
332322

Your IP: 192.168.2.69
2021-10-24 07:57

ผู้บริหาร

      รมว.แรงงาน ห่วงใยคนงานแคมป์ก่อสร้าง มอบหมายกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงพื้นที่มอบอาหารและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้ใช้คนงานแคมป์ก่อสร้าง ย่านพระราม 2 ซึ่งต้องกักตัวตามนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกิจกรรม ‘ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19’

       นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีและโฆษกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานที่ต้องกักตัวตามนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามที่ ศบค.ได้มีมติให้ปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง งดการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้มเป็นเวลา 1 เดือน โดยกระทรวงแรงงานได้มีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนลูกจ้างในแคมป์คนงาน จึงมอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดกิจกรรมปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19 ลงพื้นที่เพื่อมอบอาหารและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นแก่ผู้ใช้แรงงาน บริเวณแคมป์คนงานก่อสร้างในเขตพื้นที่ของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 บริเวณถนนพระราม 2 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท อาศาเฟอร์นิเจอร์ จำกัด แคมป์คนงานก่อสร้างหมู่บ้าน Lake Serene Rama 2 จำนวน 150 คน และบริษัท บิลดิ้งส์ พอช จำกัด แคมป์คนงานก่อสร้างอาคารลานจอดรถห้างสรรพสินค้า จำนวน 221 คน พร้อมกันนี้กรมจะยังคงดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะสิ้นสุดลง ทั้งนี้กรมได้มอบให้หน่วยงานในสังกัดโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงดำเนินการเข้าไปช่วยเหลือด้วยเช่นกัน

       โฆษก กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่านสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้ฝากความห่วงใยมายังพี่น้องแรงงานในแคมป์คนงานก่อสร้างทั้ง 2 แห่ง พร้อมมอบหมายให้กรมเร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้แรงงานตลอดระยะเวลาที่ได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐ ทั้งนี้ขอให้นายจ้าง ลูกจ้าง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่ทางราชการประกาศกำหนดอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่และการปฏิบัติ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546

      รมว.สุชาติ ห่วงใยลูกจ้างบริษัท ฟ้าขวัญทิพย์ จำกัด โรงงานผลิตเอทานอล จ.ปราจีนบุรี หลังลูกจ้างรวมตัวกันติดป้ายแสดงความไม่พอใจที่นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามที่ตกลง สั่งการกสร.ดำเนินการช่วยเหลือลูกจ้าง พร้อมตรวจสอบและหาข้อยุติจากกรณีบริษัทฯ ดังกล่าวขอหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75

      นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีและโฆษกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวชี้แจง ถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2564 จากกรณีที่ลูกจ้างบริษัท ฟ้าขวัญทิพย์ จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี ประกอบกิจการผลิตเอทานอลเพื่อเป็นเชื้อเพลิง ได้นำป้ายมาติดแสดงความไม่พอใจนายจ้างที่ประตูทางเข้าหลังนายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามที่ตกลงไว้ โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเร่งดำเนินการและหาข้อยุติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ฟ้าขวัญทิพย์ จำกัด ประสบปัญหาในการประกอบกิจการ เริ่มมีการจ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามกำหนดเวลา โดยทางบริษัทฯ ได้แจ้งขอหยุดกิจการชั่วคราว มาตรา 75 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ในเดือนสิงหาคม 2563 และมีการทำงานบางส่วนมาเป็นระยะ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ แจ้งขอหยุดกิจการชั่วคราว จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ในระหว่างหยุดกิจการชั่วคราวได้จ่ายเงินให้ลูกจ้างในอัตราร้อยละ 75 แต่บริษัทฯ มีการจ่ายค่าจ้างและเงินระหว่างหยุดชั่วคราวให้ลูกจ้างไม่ครบถ้วน โดยในงวดค่าจ้างเดือนพฤษภาคม 2564 บริษัทฯ จ่ายค่าจ้างและเงินในระหว่างหยุดชั่วคราวให้ลูกจ้างร้อยละ 30 ของค่าจ้างและเงินในระหว่างหยุดชั่วคราวที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ กระทั่งเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 พนักงานตรวจแรงงานได้เข้ารับคำร้องของลูกจ้าง ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างเพื่ออำนวยความสะดวก มีลูกจ้างประสงค์ยื่นคำร้องรวม 52 คน  โดยพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งให้นายจ้างมาพบครั้งแรกในวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 นายจ้างขอเลื่อนนัดพบ พนักงานตรวจแรงงานจึงได้สั่งการให้นายจ้างเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงและส่งหลักฐาน

      โฆษก กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 14  กรกฎาคม 2564  นายจ้างได้เข้าพบเพื่อแจ้งข้อเท็จจริงพร้อมส่งหลักฐานต่อพนักงานตรวจแรงงาน ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่านายจ้างแจ้งว่าจะจ่ายเงินให้ลูกจ้างในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564  แต่นายจ้างกลับไม่จ่ายค่าจ้างและเงินระหว่างหยุดกิจการตามที่นัดหมายไว้ กรมจึงได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการออกคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัดอบรมบุคลากรที่ทำงานด้านการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานหญิงในสถานประกอบกิจการให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดสู่นายจ้าง ลูกจ้าง ที่ปรึกษาแรงงานหญิงและคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ เพื่อดูแลสุขภาพแรงงานหญิงในสถานประกอบกิจการ

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวในฐานะประธานเปิดโครงการจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานและครอบครัวว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการแรงงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ลูกจ้าง ส่งเสริมความรู้การดูแลสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นให้แรงงานหญิงมีความตระหนักรู้ ในการดูแลสุขภาพตนเองเพื่อการมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี จึงได้จัดอบรมบุคลากรที่ทำงานด้านการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานหญิงในสถานประกอบกิจการเพื่อเป็นวิทยากร (Trainer) ในเรื่องการดูแลสุขภาพแรงงานหญิงและนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่แรงงานหญิงในสถานประกอบกิจการ ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยนายจ้าง ลูกจ้าง ที่ปรึกษาแรงงานหญิง และคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ จำนวน 20 คน และเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 จำนวน 10 คน โดยจัดอบรมรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Web Conference (Zoom Meeting) ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ณ ห้องอบรมทรัพยากรแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และสถานประกอบกิจการ นำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดแก่แรงงานหญิงในสถานประกอบกิจการให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมได้ส่งเสริมให้นายจ้าง ลูกจ้างเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และส่งเสริมให้จัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนถึงปัจจุบัน มีสถานประกอบกิจการจัดให้มีมุมนมแม่แล้วกว่า 1,900 แห่ง ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้จะได้นำองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ไปเผยแพร่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้สถานประกอบกิจการใดสนใจจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองสวัสดิการแรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 0080 หรือที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546

      กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอนุมัติเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 6.1 ล้านบาท บรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกจ้าง บริษัท วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จังหวัดชลบุรี ที่ถูกเลิกจ้างและยังไม่ได้รับค่าชดเชยและค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีจากนายจ้าง

      วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวหลังเป็นประธานการมอบเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแก่ลูกจ้างในจังหวัดชลบุรี ว่า จากนโยบายและข้อสั่งการของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ให้เร่งรัดดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างและนายจ้างยังไม่จ่ายค่าชดเชย โดยนำเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างมาจ่ายเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกจ้างก่อน แล้วไปดำเนินการเรียกเก็บเงินจากนายจ้างมาคืนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างต่อไป โดยในวันนี้ได้มอบเงินให้แก่ลูกจ้าง บริษัท วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จำนวน 85 คน เป็นเงิน 1,629,600 บาท ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี จากกรณีที่ บริษัท วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด์) จำกัด นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง จำนวน 351 คน และยังไม่จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างและค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างได้ทยอยยื่นคำร้องที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี พนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างและค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง และลูกจ้างใช้สิทธิขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้อนุมัติจ่ายให้แก่ลูกจ้างบริษัทดังกล่าวไปแล้วจำนวน 230 คน เป็นเงิน 4,529,280 บาท เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 รวมอนุมัติเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ลูกจ้างบริษัท วายเอ็มพี เพรส แอนด์ ดายส์ (ไทยแลนด์) จำกัด จำนวนรวม 315 คน เป็นเงิน 6,158,880 บาท พร้อมนี้กรมยังได้มอบอาหารและสิ่งของอุปโภค รวมถึงหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับลูกจ้างบริษัทฯ ดังกล่าวด้วย

      รองอธิบดี กสร. กล่าวเสริมว่า กรณีนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ในอัตราดังต่อไปนี้คือ (1) 30 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวัน สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 3 ปี (2) 50 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวัน สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี (3) 70 เท่าของอัตราค่าจ้างรายวัน สำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 10 ปี ขึ้นไป

รมว.แรงงาน ชื่นชม เชิดชูเกียรติ 1,306 สถานประกอบกิจการ ที่มีระบบบริหารจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานที่ดี ฟันฝ่าอุปสรรควิกฤตโควิด-19 ทำให้สถานประกอบกิจการดำเนินกิจการอยู่ได้ จนได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2564 ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศ

นายสุชาติ  ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้มอบให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดโครงการส่งเสริมสถานประกอบกิจการให้มีระบบบริหารจัดการที่ดีด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในการลดปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงานที่อาจเกิดขึ้น โดยสนับสนุนให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบกิจการ ซึ่งส่งผลให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงและมีความสุขในการทำงาน นายจ้างได้ผลผลิตสูงสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในและต่างประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ โดยในปี 2564 มีการประเมินในเรื่องของความร่วมมือกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง    โดยใช้กลไกของสหภาพแรงงานหรือคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบกิจการมาดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ด้วย จึงขอชื่นชมและขอยกย่องเชิดชูเกียรติสถานประกอบกิจการที่ผ่านการพิจารณาตัดสินได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2564 ทั้ง 1,306 แห่ง

นายอภิญญา  สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้   มีสถานประกอบกิจการทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้น 1,339 แห่ง และผ่านเกณฑ์การพิจารณาได้รับรางวัล จำนวน 1,306 แห่ง โดยแบ่งเป็นประเภทรางวัลเกียรติยศสูงสุด 15-19 ปีติดต่อกัน จำนวน 101 แห่ง รางวัลเกียรติยศ 10-14 ปีติดต่อกัน จำนวน 203 แห่ง รางวัลเชิดชูเกียรติ 5-9 ปีติดต่อกัน จำนวน 431 แห่ง รางวัลระดับประเทศ 1-4 ปี จำนวน 530 แห่ง และรางวัลระดับจังหวัด จำนวน 41 แห่ง ซึ่งสถานประกอบกิจการที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินได้รับรางวัลในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะเข้ารับรางวัลในงาน Thailand Labour Management Excellence Award 2021 ที่จะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 สำหรับสถานประกอบกิจการที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินได้รับรางวัลในส่วนภูมิภาค กรมจะจัดส่งโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด มอบให้กับสถานประกอบกิจการต่อไป ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดประกาศผลรางวัลฯ ได้ที่ https://www.labour.go.th หรือ http://relation.labour.go.th

 
Attachments:
FileDescriptionFile size
Download this file (ผลการพิจารณาสปก.ดีเด่น 2564.pdf)ผลการพิจารณาสปก.ดีเด่น 2564.pdf 1202 kB