296829
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
78
411
1377
293422
6993
8046
296829

Your IP: 192.168.2.69
2021-06-24 04:53

ผู้บริหาร

 

“สุชาติ” เผย มาตรการช่วยเหลือลูกจ้างนายจ้างเสริมสภาพคล่องด้านการเงินสู้วิกฤตโควิด-19 จัดโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 50 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. 64

          นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องแรงงานและสถานประกอบกิจการในทุกภาคส่วนของประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่มจึงได้ดำเนินการตามมาตรการ ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงาน และสถานประกอบกิจการจึงสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หาแนวทางในการดำเนินการดังกล่าว โดยขณะนี้คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน ได้มีมติเห็นชอบโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุกดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปเสริมสภาพคล่องสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ตลอดจนสามารถนำไปพัฒนารายได้ของตนเองและครอบครัวได้

          นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุน เพื่อผู้ใช้แรงงาน ได้จัดทำโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีวงเงินงบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือรัฐวิสาหกิจสหกรณ์ออมทรัพย์ในรัฐวิสาหกิจสามารถยื่นคำขอกู้เงินเพื่อนำไปให้บริการเงินกู้แก่ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ได้ไม่เกินแห่งละ 10 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ต่อปี ระยะเวลาการส่งชำระคืนสูงสุดไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน และผ่อนส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้เป็นงวดรายเดือน โดยมีเงื่อนไขว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องคิดดอกเบี้ยเงินกู้จากสมาชิกต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยปกติประเภทสามัญ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1.75 ต่อปี ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ที่สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 กรกฎาคม 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2246 0383 หรือ 0 2248 6684

      วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2564 เวลา 14.00 น. นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วยพนักงานตรวจแรงงาน สสค.สมุทรปราการ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีบริษัท แมรีกอท จิวเวลรี่ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยุติการดำเนินกิจการสาขาบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยประกาศล่วงหน้าให้ลูกจ้างย้ายไปปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ ณ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการลงพื้นที่ทราบว่า มีลูกจ้างประสงค์ย้ายไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ 109 คน โดยจะได้รับเบี้ยเลี้ยงการย้ายรายเดือน 2,000 บาท สำหรับเดือนที่ 1-12 และเงินสิทธิประโยชน์ตามอายุงาน สำหรับลูกจ้างจำนวน 1,610 คน ไม่ประสงค์ย้ายไปทำงานที่ใหม่ บริษัทได้กำหนดจ่ายเงินชดเชย เงินโบนัส เงินค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีและเงินช่วยเหลือพิเศษให้ลูกจ้างกลุ่มดังกล่าว เป็นเงินรวมกว่า 470 ล้านบาท โดยจะจ่ายเงินดังกล่าวผ่านบัญชีธนาคารของลูกจ้าง ในวันที่ 30 มกราคม 2564 ทั้งนี้ มีบริษัทจิวเวอรี่หลายบริษัทมาขอรับลูกจ้างเข้าทำงาน เนื่องจากเป็นลูกจ้างที่มีฝีมือ แต่ก็มีลูกจ้างบางส่วนประสงค์ไปประกอบอาชีพอิสระ เพราะเงินที่รับจากบริษัทเป็นเงินราว 1 แสน ถึง 3 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เฉลี่ยได้รับเงินรายละ 3 แสนบาท ซึ่งสามารถนำไปลงทุนได้ ทั้งนี้ กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ได้ประสานการเข้ามาดูแลลูกจ้างกลุ่มนี้ด้วยแล้ว

รมว.แรงงาน สนับสนุนให้ลูกจ้างต่างด้าวมีส่วนร่วมในคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการตามกลไกระบบทวิภาคี หวังให้เป็นตัวแทนหารือนายจ้างร่วมจัดสวัสดิการที่เหมาะสมตรงกับความต้องการตามสัญชาติ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมมอบ กสร. เร่งดำเนินการ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความพยายามพัฒนากลไกการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครอง ดูแลสิทธิของแรงงานต่างด้าวให้มีความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติสอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยสนับสนุนให้เข้าไปมีบทบาทในการแสดงความคิดเห็น ร่วมปรึกษาหารือกับนายจ้างในการจัดสวัสดิการภายในสถานประกอบกิจการให้แก่ลูกจ้างตามสัญชาติได้อย่างเหมาะสมในแต่ละประเภทกิจการ ตรงตามความต้องการของลูกจ้างเอง มิใช่นายจ้างจัดการเพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้การสนับสนุนในเรื่องดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ด้วยระบบทวิภาคี เพื่อยุติปัญหาข้อเรียกร้อง ข้อพิพาทแรงงานได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ได้มอบให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่งเข้าไปดำเนินการส่งเสริมสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต่างด้าวทำงาน สนับสนุนให้มีตัวแทนของลูกจ้างต่างด้าวเข้าไปมีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ เพื่อดูแลสิทธิประโยชน์อันพึงได้ตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ลูกจ้างกลุ่มนี้จะได้มีตัวแทนประสานงานช่วยเหลือนายจ้างในการดูแลลูกจ้างต่างด้าวด้วยกันเองได้

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวในกรณีเดียวกันว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 96 ได้กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คน ขึ้นไป ต้องจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายลูกจ้างฝ่ายเดียวที่มาจากการเลือกตั้งอย่างน้อย 5 คน หากสถานประกอบกิจการที่มีคณะกรรมการลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการแรงงานสัมพันธ์แล้ว ให้คณะกรรมการลูกจ้างนั้นทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการได้ ซึ่งกรมได้เน้นย้ำไปยังหน่วยปฏิบัติทั่วประเทศให้เข้าไปส่งเสริมสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างต่างด้าว ได้สนับสนุนให้มีตัวแทนลูกจ้างต่างด้าวเป็นคณะกรรมการฯ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ สภาพการจ้าง การทำงานที่เหมาะสมครอบคลุมลูกจ้างทุกประเภทอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้างในสถานประกอบกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ทยอยมอบของขวัญปีใหม่จากใจกระทรวงแรงงาน ภายใต้แคมเปญ “ฝึกฟรี มีทักษะ ชนะอุบัติภัย ใส่ใจแรงงาน” นายจ้าง-ลูกจ้างแฮปปี้ ได้อบรมฟรี ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤติ COVID ทั้งยังได้ความรู้กลับไปพัฒนางานด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการด้วย

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “ความปลอดภัยในการทำงานที่อับอากาศ สำหรับผู้อนุญาต” รุ่นที่ 1 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ผ่านระบบสัญญาณภาพทางไกล (Video Conference) ว่า การอบรมนี้เป็นหนึ่งในของขวัญปีใหม่ 2564 ของกระทรวงแรงงานที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีความตั้งใจมอบเป็นของขวัญให้แก่ พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ทุกกลุ่ม ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด “รักจากใจแรงงานไทยสุขใจถ้วนหน้า” โดยให้กรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับลูกจ้าง-นายจ้างทั่วประเทศ ฟรี โดยมุ่งหวังให้นำความรู้ไปพัฒนางานด้านความปลอดภัยในการทำงานเพื่อลดอัตราการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยจากการทำงาน หรือไม่เกิดขึ้น

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการเสริมสร้างทักษะความรู้ในเรื่องความปลอดภัยในการทำงานที่อับอากาศ สำหรับผู้อนุญาต ซึ่งเป็นหลักสูตรหนึ่งที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศพ.ศ. 2562 สอดรับกับแนวคิดของกรม ที่มุ่งหวังพัฒนาคนให้มีความรู้มีสมรรถนะในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย รวมทั้งสร้างการรับรู้มาตรการเชิงป้องกันให้มีความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยฝึกอบรมที่ได้ขึ้นทะเบียนจากกรมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างจัดอบรมให้ จำนวน 9 รุ่น ซึ่งจะเป็นของขวัญปีใหม่ที่เป็นประโยชน์ สร้างความสุข เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงวิกฤติ COVID-19 ให้กับนายจ้าง-ลูกจ้างในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ การอบรมภายใต้แคมเปญ“ฝึกฟรี มีทักษะ ชนะอุบัติภัย ใส่ใจแรงงาน” กรมจะทยอยจัดให้ครบตามเป้าหมาย 10,000 คน ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และให้มีหลักสูตรที่หลากหลายคำนึงถึงทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนางานด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการให้มากที่สุด

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ย้ำชัดค่าล่วงเวลาต้องจ่ายเป็นเงินเท่านั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นวันหยุดได้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังนั้น กรณีที่มีข่าวปรากฏตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น ค่าล่วงเวลาต้องจ่ายเป็นเงิน ไม่สามารถชดเชยเป็นวันหยุดได้ ยืนยันเป็นข้อมูลจริง 

            นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวถึงกรณี ข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็น ค่าล่วงเวลาต้องจ่ายเป็นเงิน ไม่สามารถชดเชยเป็นวันหยุดได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกรมได้ยืนยันแล้วว่า  ข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ได้กำหนดกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา หรือ OT ในวันทำงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง เป็นเงินในอัตราไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้าง ต่อหน่วยในวันทำงาน ตามจำนวนผลงานที่ทำได้ สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดย คำนวณเป็นหน่วย และในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุดให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดแก่ลูกจ้าง ในอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงาน ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ ทั้งนี้ กรมจึงขอยืนยันว่า การทำงานล่วงเวลาต้องจ่ายเป็นเงินเท่านั้น จะแลกเปลี่ยนเป็นวันหยุดเพิ่มเติม หรือวันหยุดสะสมไม่ได้

          อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาด้านแรงงานสามารถสอบถามข้อมูลที่ถูกต้องได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือโทร. สายด่วน 1506 กด 3 นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของกรม ได้ที่ www.labour.go.th หรือที่ช่อง YouTube กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน “กสร.ชาแนล เปิดดูเมื่อไหร่ ก็มีเรื่องใหม่ให้ชม”