332296
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
152
234
152
330276
6833
9474
332296

Your IP: 192.168.2.69
2021-10-24 07:13

ผู้บริหาร

รมว.สุชาติ ชี้แจงกรณีลูกจ้างบริลเลียนท์ฯ จำนวน 200 คน รวมตัวมาติดตามผลการยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินงบประมาณกลางมาช่วยเหลือเยียวยาลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง พร้อมยืนยันเร่งช่วยเหลือลูกจ้างกลุ่มนี้อย่างเต็มที่

            เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานหารือกับผู้แทนลูกจ้างสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นเนลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรณีลูกจ้าง บริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด จำนวน 200 คน เดินทางมาร่วมชุมนุมบริเวณถนนพิษณุโลกและเดินขบวนไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนหนังสือติดตามผลการดำเนินการการช่วยเหลือลูกจ้าง ที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลนำเงินงบประมาณงบกลางมาจ่ายให้ลูกจ้าง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยลูกจ้างทุกกลุ่มและกำชับมายังกระทรวงแรงงานให้ช่วยเหลือพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานขอชี้แจงว่า กรณีลูกจ้างบริษัทบริลเลียนท์ฯ ยื่นข้อเรียกร้องให้นำงบประมาณกลางมาจ่ายให้แก่ลูกจ้าง สำนักงบประมาณแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจได้พูดคุยหาแนวทางให้ความช่วยเหลือลูกจ้างต่อไปโดยมอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับผิดชอบดำเนินการ ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการนำเงินมาจ่ายให้แก่ลูกจ้าง 2. หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีขอให้นำเงินภาษีจำนวน 31 ล้านบาทที่บริษัทได้คืนจากกรมสรรพากรมาจ่ายให้กับลูกจ้าง 3. นำเสนอคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างพิจารณาแก้ไขระเบียบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อขยายอัตราการจ่ายเงินกองทุนฯ ให้แก่ลูกจ้างเพิ่มอีก 21 ล้านบาท   โดยเชิญผู้แทนลูกจ้างที่แต่งตั้งเป็นคณะทำงานหารือร่วมกันก่อนนำเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ   ในวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2564 4. ดำเนินการหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอแนวทางการติดตามตัวนายจ้างบริษัทบริลเลียนท์ฯมาดำเนินคดี 5. การสืบทรัพย์และยึดทรัพย์ของนายจ้างให้มีหนังสือประสานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยเหลือลูกจ้าง ได้แก่ กรมสรรพากร และจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งกระทรวงแรงงานขอยืนยันว่าได้ดูแลลูกจ้างบริษัทบริลเลียนท์ฯ อย่างเต็มที่ เพราะให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยเร็ว

                  นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นเนลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรมขอชี้แจงผลการดำเนินงานดังนี้ 1. กรณีนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน กรมฯได้ดำเนินคดีอาญา คดีแพ่งนายจ้าง และได้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างแล้ว 2. กรณีนายจ้างเลิกจ้างและไม่จ่ายเงินตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ได้เสนอแนวทางกำหนดมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว เช่น การจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงกรณีนายจ้างเลิกกิจการเพื่อช่วยเหลือลูกจ้าง เป็นต้น ทั้งนี้แนวทางการช่วยเหลือกรมจะเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามตัวนายจ้างนำเงินมาชดใช้แก่ลูกจ้างรวมทั้งการรับโทษตามกฎหมาย และจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือลูกจ้างตามข้อสั่งการของท่านรมว.สุชาติ โดยเร็วที่สุด

 

กระทรวงแรงงานบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสถานการณ์อุทกภัย หากนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย ลูกจ้างมีสิทธิ์ยื่นขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้

            นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการ และลูกจ้าง จนทำให้สถานประกอบกิจการบางแห่งจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราวหรือต้องเลิกกิจการ ซึ่งส่งผลกระทบให้มีการเลิกจ้างลูกจ้าง โดยนายจ้างบางรายประสบปัญหาทางเศรษฐกิจไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างได้ตามกฎหมาย เรื่องดังกล่าว พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยและกำชับให้ดูแลลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้ตามกฎหมาย กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบกรณีมีการเลิกจ้างให้คุ้มครองสิทธิของลูกจ้างอย่างเต็มที่ หากนายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือผลกระทบจากการประสบอุทกภัย หรือกรณีเลิกจ้างลูกจ้างโดยมิได้กระทำผิด และไม่จ่ายเงินชดเชยหรือเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ต้องชี้แจงให้ลูกจ้างทราบว่า ลูกจ้างมีสิทธิยื่นขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกจ้าง นอกจากนี้กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์ อัตราเงินที่จะจ่ายและระยะเวลาการจ่าย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างรวดเร็ว สามารถเข้าถึงสิทธิการขอรับเงินสงเคราะห์อย่างทั่วถึง

            นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เป็นกลไกที่กระทรวงแรงงานจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างลูกจ้างโดยมิได้กระทำผิด และไม่จ่ายเงินชดเชยหรือเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน  โดยในปีงบประมาณที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – กันยายน 2564 คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้อนุมัติจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกจ้างแล้ว จำนวน 5,381 คน เป็นเงินกว่า 80.373 ล้านบาท ทั้งนี้หากลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเลิกจ้างกรณีไม่ได้รับค่าชดเชยหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ค่าจ้าง ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นต้น  สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินสงเคราะห์จากกองทุนได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3

      รมว.แรงงาน นำมาตรการช่วยเหลือ ลูกจ้าง นายจ้าง บรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดจากอุทกภัย นำเงิน กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน วงเงิน 80 ล้านบาท ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ นำไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูอาชีพหลังประสบภัย

       นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องแรงงานและสถานประกอบกิจการในทุกภาคส่วนของประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกกลุ่มจึงได้ดำเนินการช่วยเหลือตามมาตรการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานและสถานประกอบกิจการจึงสั่งการให้กระทรวงแรงงาน หาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว โดยมอบหมายให้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกจ้าง นายจ้าง ที่ประสบอุทุกภัยตามโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปบรรเทาความเดือดร้อนใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือฟื้นฟูอาชีพหลังประสบภัย ตลอดจนสามารถนำไปเสริมสภาพคล่องสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

       นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน ได้จัดทำโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีวงเงินงบประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ในรัฐวิสาหกิจ สามารถยื่นคำขอกู้เงินเพื่อนำไปให้บริการเงินกู้แก่ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์วงเงินสูงสุดสหกรณ์ละ 20 ล้านบาท    ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นงวดรายเดือน สูงสุดไม่เกิน 5 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องคิดดอกเบี้ยเงินกู้จากสมาชิกไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี  และใช้คณะกรรมการสหกรณ์และผู้จัดการสหกรณ์เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ทั้งนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ที่สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 -10 ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ตั้งอยู่  หรือยื่นคำขอกู้ผ่านระบบ e-Service กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทรศัพท์ 0 2660 2181 โทรสาร  0 2660 2181 สายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546

      กระทรวงแรงงาน ห่วงใยนายจ้าง ลูกจ้าง เร่งเยียวยาสถานประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สั่งการกสร. เปิดช่องทางช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการด้วยโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ปลอดเงินต้นในปีแรก เพื่อฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด ด้วยเงินกองทุนความปลอดภัยฯ

      นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ มีสถานประกอบกิจการและลูกจ้างได้รับผลกระทบหลายแห่ง ซึ่งได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ใช้แรงงานและประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากผลกระทบดังกล่าวและเน้นย้ำมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานโดยเร่งด่วน กระทรวงแรงงานจึงได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการที่ประสบปัญหาอุทกภัย และขอความร่วมมือจากนายจ้างให้ผ่อนผันเวลาทำงาน หรืออนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่สามารถมาทำงานได้ตามปกติสามารถหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา ทั้งนี้ การดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อนหลังจากน้ำลด กระทรวงแรงงานได้สั่งการให้กสร. นำเงินกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมาให้สถานประกอบกิจการกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี และปลอดเงินต้นในปีแรก เพื่อให้นายจ้าง สถานประกอบกิจการสามารถกู้ยืมไปฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลดและนำไปเป็นเงินทุนในการปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีความพร้อมในการผลิตหรือดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างปลอดภัย

      นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า เงินกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งแก้ไขสภาพความไม่ปลอดภัยในการทำงาน อีกทั้งป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน ทั้งนี้กรมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ที่ประสบภัยอุทกภัย เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจถึงแนวทางการจัดทำแผนฉุกเฉินกรณีเกิดภัยธรรมชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญและแก้ไขสถานการณ์ บรรเทาความเดือดร้อนและความสูญเสียกับนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว หากผู้ประกอบกิจการและนายจ้างมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่กองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2448 9138 – 39 ต่อ 801 - 804

       กระทรวงแรงงาน เชิญชวนสถานประกอบกิจการร่วมโครงการ “แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายช่วยนายจ้าง ลูกจ้างมีภูมิคุ้มกัน พัฒนาคุณภาพชีวิตโดยพึ่งพาตนเองได้

       นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารงานภายใต้วิสัยทัศน์ “แรงงานมีศักยภาพสูง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ  รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลการบริหารงานของกระทรวงแรงงาน โดยให้ความสำคัญกับการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกจ้างและครอบครัว พร้อมสนับสนุน ส่งเสริมให้นายจ้างจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายให้แก่ลูกจ้าง จึงมอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดโครงการ “แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อให้สถานประกอบกิจการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ให้ลูกจ้าง   ได้ใช้ประโยชน์ ได้แก่ พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณสถานประกอบกิจการให้ลูกจ้างใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน    ทำการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ ผลผลิตที่ได้ลูกจ้างนำมาแลกเปลี่ยนกันและนำไปบริโภคในครัวเรือน ส่วนผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคสามารถนำไปจำหน่ายในชุมชน อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ให้แก่ลูกจ้าง อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาอาชีพเสริมไว้รองรับให้กับลูกจ้างที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณ ให้สามารถพึ่งพาตนเอง ก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคในภาวะวิกฤตได้อย่างยั่งยืน และเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระราชดำริแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ กระทรวงแรงงานจึงขอเชิญชวนนายจ้าง สถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ “แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสถานประกอบกิจการและพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้าง

        นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการแรงงานพันธุ์ดีฯ ถือเป็นการวางรากฐานให้สถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการร่วมกับลูกจ้าง เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ  ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทั้งเป็นการช่วยให้ลูกจ้างได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานให้เกิดประโยชน์ และเป็นการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เฉลี่ยคนละ 1,500-3,000 บาทต่อเดือน โดยในปี 2564 กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้กสร. ดำเนินการคัดเลือกสถานประกอบกิจการต้นแบบ ซึ่งมีสถานประกอบกิจการทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการจำนวน 99 แห่ง และมีสถานประกอบกิจการที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นสถานประกอบกิจการต้นแบบจำนวน 9 แห่ง

        ทั้งนี้ในปี 2565 กสร.ได้ตั้งเป้าส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการนำโครงการ “แรงงานพันธุ์ดี ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” ไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรมจังหวัดละ 1 แห่ง และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 10 แห่ง รวมทั้งหมด 86 แห่ง ซึ่งสถานประกอบกิจการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือที่กองสวัสดิการแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และโทรศัพท์สายด่วน 1546 หรือ 1506 กด 3 อธิบดี กสร. กล่าวทิ้งท้าย