296813
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
62
411
1361
293422
6977
8046
296813

Your IP: 192.168.2.69
2021-06-24 04:24

ผู้บริหาร

 

       กสร.จัดอบรมโครงการพัฒนาทรัพยากรแรงงาน หลักสูตรการเสริมสร้างวินัยการทำงานในสถานประกอบกิจการ รุ่นที่ 1 สร้างการรับรู้ให้นายจ้าง ลูกจ้าง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ และความรับผิดชอบในการทำงานในสถานประกอบกิจการเพื่อให้นายจ้าง และลูกจ้างสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สถานการณ์โควิด-19

      นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความมุ่งมั่นที่พัฒนาทรัพยากรแรงงาน ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการคุ้มครองสิทธิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน จึงดำเนินการตามภารกิจเพื่อส่งเสริมความมุ่งมั่นของกระทรวงแรงงานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ผ่านการจัดฝึกอบรมโครงการพัฒนาทรัพยากรแรงงาน หลักสูตร การเสริมสร้างวินัยการทำงานในสถานประกอบกิจการ รุ่นที่ 1 ซึ่งเป็นโครงการสร้างการรับรู้ให้นายจ้าง ลูกจ้าง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน  ระเบียบ วินัย และความรับผิดชอบในการทำงานร่วมกัน เสริมสร้างทัศนคติให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)  อีกทั้งยังให้ความรู้ความเข้าใจตามหลักความสมดุลระหว่าง เงิน และความสุขในชีวิต ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นการฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 25 มิถุนายน 2564 มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมประกอบด้วย นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 100 คน

      นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมพัฒนาทรัพยากรแรงงานอีกหลายหลักสูตร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนการฝึกอบรมได้ ผ่านช่องทาง  https://eservice.labour.go.th/

   กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน คว้ารางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ประเภทรางวัลด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ระดับดี พร้อมแสดงเจตจำนงส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังในภาพรวมของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และโปร่งใส

   นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ตามที่กรมบัญชีกลาง ได้จัดให้มีการมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ให้แก่ส่วนราชการที่มีการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังเป็นเลิศ โดยในปีนี้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ระดับดี ในการส่งเสริมและพัฒนาให้เจ้าหน้าที่ด้านการเงินการคลังทุกคนปฏิบัติงานตามระเบียบและแบบแผนของทางราชการด้านการจัดซื้อจัดจ้าง สำหรับรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่คณะกรรมการกรมบัญชีกลางมอบให้ส่วนราชการ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังในภาพรวมของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ยกย่องเชิดชูหน่วยงานสำหรับความมุ่งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างถูกต้อง มีความโปร่งใส และเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน ตลอดจนลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ

   อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังให้ถูกต้องตามกฎระเบียบราชการ ตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มีความต้องการพัฒนาการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังของส่วนราชการให้เป็นเลิศใน 5 มิติ ได้แก่ มิติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง มิติด้านการเบิกจ่าย มิติด้านการบัญชีภาครัฐ มิติด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และมิติด้านปลอดความรับผิดทางละเมิด ตลอดจนสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใสและตรวจสอบได้ พร้อมทั้งกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นและคงคุณภาพมาตรฐานที่ดีไว้ต่อไป

             กสร. เร่งดำเนินการช่วยเหลือพร้อมชี้แจงสิทธิการยื่นคำร้องกรณีถูกเลิกจ้างต่อกลุ่มลูกจ้างบริษัท อัลฟ่า เพอร์ฟอร์มานซ์ กรุ๊ป จำกัด จำนวนกว่า 200 คน หลังถูกเลิกจ้างกะทันหัน ตามความห่วงใยของ รมว.แรงงาน เน้นย้ำให้ดูแลลูกจ้างได้รับสิทธิตามกฎหมาย

             นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีและโฆษกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กรณีที่บริษัท อัลฟ่า เพอร์ฟอร์มานซ์ กรุ๊ป จำกัด (อัลฟ่า) ได้มีหนังสือประกาศเลิกจ้างลูกจ้างเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2564 โดยปิดกิจการเนื่องจากประสบปัญหาทางธุรกิจการขนส่งพัสดุอีคอมเมิร์ซซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้พนักงานประมาณ 407 คน ถูกเลิกจ้างทันที โดยนายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจึงได้สั่งการให้ กสร. เร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็วเพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วน โดยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาตัวแทนลูกจ้างและลูกจ้าง บริษัท อัลฟ่าฯ จำนวน 200 คน ได้เดินทางเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5 ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ช่วยเหลือกรณีบริษัทปิดกิจการ โดยยังไม่ได้รับค่าจ้าง ค่าชดเชย ค่าจ้างเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินประกันในการทำงาน เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และแนะนำขั้นตอนการดำเนินการยื่นคำร้องตามอำนาจหน้าที่ของกรมให้กลุ่มลูกจ้างได้รับทราบ

              รองอธิบดีและโฆษก กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากการปรึกษาพูดคุยลูกจ้างทั้งหมดยังไม่ประสงค์จะยื่นคำร้อง โดยจะกลับไปเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และจะแต่งตั้งตัวแทนลูกจ้างมายื่นคำร้อง ในวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 5 (สรพ.5) ซึ่งกรมจะได้เร่งรัดพูดคุยกับนายจ้างให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและดูแลสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างให้เป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดต่อไป

   กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้รับอนุมัติกรอบอัตรากำลังจากคพร. จัดเปิดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุพนักงานราชการเฉพาะกิจ รวม 406 อัตรา เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

   นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 เห็นชอบข้อเสนอแนวทางการจัดสรรกรอบอัตรากำลังและกลไกการบริหารจัดการพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 10,000 อัตรา ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ เพื่อช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้รับอนุมัติการจัดสรรกรอบอัตรากำลังพนักงานราชการเฉพาะกิจ จำนวน 406 อัตรา ซึ่งจะบรรจุไปปฏิบัติงานในสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด 76 จังหวัด ทั้งนี้การสรรหาและเลือกสรรพนักงานราชการส่วนราชการได้มอบอำนาจให้หน่วยงานประจำจังหวัดดำเนินการ โดยมีเงื่อนไขการทำสัญญาจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาจ้าง และได้รับค่าตอบแทน 18,000 บาทต่อเดือน ผู้ที่สนใจสมัครสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                กสร.สร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาการใช้แรงงานเด็ก เนื่องในวันต่อต้านแรงงานเด็กโลก พร้อมทั้งดำเนินมาตรการในการคุ้มครองแรงงานเด็ก เพื่อขจัดปัญหาการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับเด็กซึ่งเป็นแรงงานสำคัญในอนาคตของสังคม

                นางโสภา เกียรตินิรชา รองอธิบดีและโฆษกกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เปิดเผยว่า วันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาและขจัดการใช้แรงงานเด็ก โดยเฉพาะการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่ การบังคับใช้แรงงาน การค้าประเวณีหรือผลิตสื่อลามก การใช้แรงงานเด็กในกิจกรรมที่ผิดกฎหมายโดยเฉพาะยาเสพติด และการให้เด็กทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จิตใจ ความปลอดภัย หรือศีลธรรม จึงได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในฐานะหน่วยงานหลักในการคุ้มครองแรงงาน และเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายให้ดำเนินมาตรการเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย โดยดำเนินการตามมาตรการในการคุ้มครองแรงงานเด็กอย่างเคร่งครัด ได้แก่ กำหนดเป้าหมายให้พนักงานตรวจแรงงานทั่วประเทศเข้าตรวจแรงงานในสถานประกอบกิจการต่างๆ ที่มีการใช้แรงงานเด็กอายุ 15 – 17 ปี อย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย การรับคำร้องกรณีการละเมิดสิทธิด้านแรงงาน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยการดำเนินคดีทุกคดีหากพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก การจัดพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ ในกิจการสินค้าประเภทกุ้ง ปลา อ้อย และเครื่องนุ่งห่ม กับ 13 องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกิจการดังกล่าว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและเอกชนไทย ที่จะดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล การส่งเสริมความรู้กฎหมายแรงงาน และสิทธิด้านแรงงานให้แก่เด็กในสถานศึกษาผ่านโครงการเตรียมความพร้อมเด็กก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน และมาตรการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิเด็กด้านแรงงาน และความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก เช่น การผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์การใช้แรงงานเด็ก

                โฆษก กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการดูแลให้แรงงานเด็กให้ได้รับการคุ้มครองและเป็นธรรมจากการจ้างงานแล้ว กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานยังเห็นถึงความสำคัญของเด็กซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติ โดยในประเด็นนี้กรมสนับสนุนให้แรงงานสตรี ซึ่งอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นมารดาผู้ดูแลบุตร จะต้องได้รับการคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในเรื่องการลาคลอด ที่กำหนดให้มารดาสามารถลาเพื่อทำการเลี้ยงดูบุตรได้เป็นเวลา 98 วัน นอกจากนี้กรมได้ส่งเสริมให้มีการจัดมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการ โดยให้สถานประกอบกิจการจัดพื้นที่เพื่อการเลี้ยงดูเด็กในสถานประกอบกิจการ ทุกจังหวัดทั่วประเทศอีกด้วย